Category

Review

Product review

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f ที่สุดของความคุ้มค่า

By D2f, DYU, Review

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว MONOWHEEL วันนี้ผมอยากมาเล่าเรื่องการใช้งานของเจ้า จักรยานไฟฟ้า DYU D2f เพื่อเดินทางไปที่ทำงานในแต่ละวัน แล้วมาดูกันว่ามันคุ้มค่ายังไง 🙂

Read More

รีวิวเปรียบเทียบ Ninebot ES2 vs ES4 vs MAX อย่างละเอียด

By KickScooter ES1/ES2/ES4, KickScooter MAX, Review

[Review] รีวิวเปรียบเทียบ Ninebot ES2 vs ES4 vs MAX สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายอดฮิตที่สุดในปี 2020

เปรียบเทียบสเปคและการใช้งานอย่างละเอียดกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นยอดฮิต 2020 จาก Segway

Read More

จักรยานไฟฟ้า

จักรยานไฟฟ้า รีวิวปลอดภัยในทุกการเดินทางกับ DYU D2f (Electric Bike)

By D2f, DYU, Review

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f

ชาเลนจ์ใหม่ หลังคลายล็อคดาวน์ เดินทางยังไงให้ห่างไกลโควิด ?

Social distancing หรือการเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ก็อาจยังมีความจำเป็นต่อไป แม้สถานการณ์ดีขึ้น หรือโควิด-19 หมด แต่เราก็ยังต้องดูแลตัวเอง ซึ่งในชีวิตการเดินทางที่เริ่มเปลี่ยนไป วิธีที่จะทำให้เราห่างไกลโควิดมากขึ้น การใช้ จักรยานไฟฟ้า กำลังเป็นอีกตัวเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถหลีกหนีความแออัดและความเสี่ยงต่างๆได้

จักรยานไฟฟ้า ที่ทาง MONOWHEEL แนะนำในวันนี้ คือจักรยานไฟฟ้า DYU รุ่น D2f จะเป็นรุ่นที่ขี่ง่าย ตรงไปตรงมา มีที่นั่ง ขับไปสบาย ๆ ซึ่งอาจจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลากหลายมากกว่าเก่า และในบล็อกนี้ เราจะพาทุกคนไปทดลองขี่จริงในกรุงเทพ รีวิวจริง ให้เห็นกัน ช็อต ต่อ ช็อต กันเลย

เรามาเริ่ม Journey จักรยานไฟฟ้า ปั่นได้ บิดได้ แถมยังพับได้อีก มาดูไปด้วยกันเลยดีกว่า !

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f เป็นระบบ แบบ 2 อิน 1 ปั่นได้ บิดได้ ด้วยระบบไฟฟ้า ทำให้ไม่ต้องใช้แรงหัวเข่าในการปั่นเยอะเท่ากับจักรยานแบบอื่น ๆ ในท้องตลาด การออกตัวก็ทำได้ง่าย เพียงดันจักรยานไปด้านหน้า แล้วทรงตัวปกติ พร้อมบิดคันเร่งได้เลยหากอยากใช้ระบบไฟฟ้า สามารถข้ามถนนใหญ่ได้สบายด้วยความเร็ว 25 กม/ชม. วิ่งไกลถึง 45 กม. มีความกะทัดรัด ขนาดพกพาสะดวก สามารถพับคอ พับแฮนด์จับ และแป้นเหยียบลงมาได้ แถมยังมีหน้าเจอแสดงผล LED เพื่อดูระยะความเร็ว แบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และสามารถแจ้งเตือนเป็นรหัสตัวเลขได้เมื่อสินค้ามีปัญหา

ด้วยความเป็น Gadget ยานพาหนะแบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และเป็นจักรยานที่มีรูปทรงและวิธีใช้ที่ทุกคนคุ้นเคย การทรงตัวสามารถทำได้ง่าย เบาะที่นั่งปรับระดับได้ตามความสูงและถนัด สามารถเลี้ยวโค้งไปได้ตามแรงเหมือนจักรยานปกติ มั่นใจในการขึ่มากขึ้น และใช้ระบบ Cruise Control ในการล็อคความเร็วของจักรยานไฟฟ้าไว้ได้ โดยตั้งค่าง่าย ๆ บน LED Dash Board คงความเร็วในระดับที่ชอบไว้ ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DYU D2f อ่านได้เลย คลิก

หลังจากที่เราทดสอบกับพื้นถนนจริงกันไปแล้ว เราก็ทราบเพิ่มเติมว่า เจ้าต้วจักรยานไฟฟ้า มีระบบตรวจการขึ้นและลงเนินแบบอัตโนมัติ โดยตัวมอเตอร์จะจ่ายไฟเข้าเพื่อช่วยทุ่นแรงในการปั่น (เรียกว่าระบบ power assist) ทำให้ขึ้นเนินได้ง่ายขึ้น และยังมีระบบในการปั่นกระแสไฟฟ้ากลับเข้าเครื่องตั้งแต่ช่วงเริ่มปั่น ไม่ต้องเหนื่อยปั่นเป็นร้อย ๆ ทีเหมือนแบรนด์อื่น ๆ ช่วยประหยัดไฟได้อย่างดี

เรายังนำจักรยานไฟฟ้าขึ้นลง MRT หรือ BTS ก็สามารถทำได้อีกด้วย ภายใน 1 วินาที เพียงพับแฮนด์ แล้วคอจักรยานลง รวมถึงพับแป้นเหยียบทั้งสองด้าน ตัวเครื่องก็จะเรียวขึ้น ไม่เกะกะ ก็จะทำให้เครื่องสามารถยกลงบันไดสะดวกขึ้นได้ด้วยมือเดียว

ต่อด้วยการพาลุยลงบันไดเลื่อนก็วางได้อย่างง่ายดาย ด้วยล้อยางลม ขนาด 12 กก. เพียงวางจักรยานลงให้ตรงขั้น ดันล้อหลังขึ้นไปให้เข้าล็อคบันไดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยกขึ้น-ลงบันได้เลื่อนได้สบาย ๆ เลย เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่แออัดอย่างคนเมืองกรุงเลยทีเดียว ซึ่งด้วยสเปคต่างๆเหล่านี้ กำลังทำให้จักรยานไฟฟ้าผลันตัวจาก “ทางเลือก” ในการเดินทาง กลายมาเป็น “ตัวจริง” ยานพาหนะที่คนใช้จริงในชีวิตประจำวันหลายประเทศ ทั่วโลกแม้ยามโควิดจะหายไป เพราะคนจะระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น ลดความแออัดและมลพิษในการการ จริงตามหาความสะดวกสบายในการเดินทาง และ จักรยานไฟฟ้านี้ นี่แหละ คือคำตอบ

เกร็ดสาระเล็กน้อย ใน MRT หรือ BTS จะต้องลากจักรยานไปเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถปั่นได้เพื่อไม่เป็นการรบกวนทางเท้าภายในอาคาร การจูงจักรยานก็ทำได้ง่ายเบา ๆ เพราะตัวเครื่องเรียว กระทัดรัด แต่มีความแข็งแรงทนทานด้วยโครงที่ทำมาจาก อลูมิเนียมอัลลอยด์ และเพราะความเบาเรียวนี้ ทำให้ในต่างประเทศเริ่มมีมาตรการการใช้จักรยานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เปลี่ยนให้เป็นสังคมสีเขียว (Green Society) ลดมลพิษ และความแอดอัด รวมถึงประเทศไทยเราที่ปัจจุบันนี้ เริ่มมีการตีถนนให้เป็นเลนสำหรับจักรยานปั่นได้ ถนนเหล่านี้ถูกสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้จักรยาน รวมถึงจักรยานไฟฟ้าของเราด้วย และนี้ก็เป็นสัญญานที่ดีกว่า จักรยานไฟฟ้า กำลังมีส่วนช่วยให้สังคมปลอดภัยแถมยังน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย

จักรยานไฟฟ้าบรรจุมอเตอร์ถึง 250 วัตต์  แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 6.04 แอมป์ ทนกว่าระบบแบตของจักรยานตัวอื่นๆ ป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และทนความร้อนสูง รวมถึงฟังก์ชั่นที่สามารถจำกัดเลือกความเร็วได้ทั้งหมด 3 ระดับ ซึ่งจะใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ 25% , 50% และ 75% ทำให้ปั่นด้วยความเร็วไม่มากบนฟุตบาทได้ ทำให้มีความปลอดภัยกับผู้ใช้ฟุตบาทเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้เล่นสามารถทำจังหวะการเล่นได้สบาย และปลอดภัยกว่าปกติ สามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

เมื่อถึงที่หมาย สามารถนำจักรยานไฟฟ้าไปจอด และใช้โซ่ล็อคทุกแบบที่ผู้ใช้ถนัด คล้องกับล้อรถได้เลย ซึ่งบทสรุปของการเดินทางนี้ ทำให้เราไม่ต้องไปแออัดกับผู้คนบนขนส่งสาธารณะ และไม่ต้องไปคอยรถติด แล้วเสียค่าน้ำมันแพง ๆ ยิ่งในกรณีที่เดินทางใกล้ ๆ ก็จะสะดวกมากขึ้น มีความโล่งโปร่ง และไปได้ทุกตรอกซอกซอยได้อย่างตามใจ รวมถึงหากเป็นมุมมองของสุขภาพ และ เคสโควิด-19ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีนั้น จักรยานไฟฟ้า DYU D2f  จึงสามารถเป็นผู้นำเทรนด์เรื่องการเว้นระยะห่าง หรือ “Social Distancing” เพื่อทำให้ง่ายขึ้น และเป็นการเดินทางแบบใหม่ที่ทำให้ทุกคนคุ้นชินจนกลายเป็น New Normal ธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ทำตามเพื่อสุขภาพ และการดูแลตนเองในปัจจุบัน

ดูวีดีโอขี่จักรยานไฟฟ้า Challenge ก้บ DYU D2f ตามนี้เลย!

จักรยานไฟฟ้า DYU D2f นี้ยังมีการใช้งานอื่น ๆ อีกหลากหลายให้ทุกคนได้มาลอง เป็นจักรยานไฟฟ้าที่จะช่วยเลี่ยงความแออัดในทุกชั่วโมงการเดินทาง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ให้คุณสามารถเห็นถึงความคุ้มค่าได้ในเครื่องเดียว หากใครจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือออยากจะจับจองเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าสักครั้ง ติดต่อเรามาได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย แล้วรอบหน้าจะเป็นสาระเกี่ยวกับ Gadget สุดคูลตัวไหน ไว้มาคอยติดตามกันครับ !

━━━━━━━━━━━━━━━━━
⭐️สอบถามเพิ่มเติม⭐️
☎️ โทร 02-114-7141 (9:00 – 20:00 น.) รองรับ 5 คู่สาย
 Line: http://line.me/ti/p/%40monowheel (หรือ @MONOWHEEL)
💬 Inbox: m.me/monowheeldotbike
💻 https://www.monowheel.bike

รีวิวจัดเต็ม เน้น ๆ ทุกฟีเจอร์ กับ Segway Ninebot S บาลานซ์บอร์ดใหม่ล่าสุด! กับคุณสมบัติที่เหนือกว่า

By Ninebot S, Review, Segway-Ninebot

ใหม่ล่าสุดกันไปเลย กับบาลานซ์บอร์ดไฟฟ้าอัจฉริยะ Segway Ninebot S ที่หลาย ๆ คนอาจจะพอเห็นหน้าตากันมาบ้างแล้วในช่วงนี้ เจ้า Segway Ninebot S ที่มีขนาดกะทัดรัดและดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบา และสามารถปรับแต่งได้เยอะ อิสระตามใจด้วยสไตล์ของคุณ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูทุกฟีเจอร์ของ Segway Ninebot S แบบเน้น ๆ จัดเต็ม ไม่มีกั๊กแน่นอน

ฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นหลักของ บาลานซ์บอร์ด Ninebot S

บาลานซ์บอร์ด Ninebot S นับได้ว่าเป็น บาลานซ์บอร์ด หรือ โฮเวอร์บอร์ด คุณภาพชั้นนำสำหรับ คนทุกวัย โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ สามารถเพิ่มความสนุกต่างๆได้มากกว่าที่คุณคิดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ด้วยการออกแบบด้วยรูปแบบที่เพรียวบาง แถบรองเข่าที่ช่วยให้สามารถบังคับการขับขี่ได้อิสระมากขึ้น รวมถึงสามารถถอดแยกชิ้นได้ ทำให้สามารถจัดเก็บได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรถหรือในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด วัสดุในการผลิตคือแมกนีเซียม อัลลอย ซึ่งเป็นมาตรฐานของการบิน ทนทานมาก ซึ่งแต่ต่างจากอลูมิเนียม อัลลอยทั่ว ๆ ไป สามารถรับแรงกระแทกได้เหนือกว่า รวมถึงความต้านทานการกัดกร่อนและการกระจายความร้อนที่ช่วยยืนยันความเป็นเจ้าตลาดของ Segway Ninebot S

Segway Ninebot S กับแบตเตอรี่ที่ทรงพลัง ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 310 วัตต์ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 22 กิโลเมตร โดยผู้ขับขี่สามารถขับได้ต่อเนื่องถึง 1 ชั่วโมง 20 นาที ด้วยความเร็วสูงสุดเลยทีเดียว ซึ่งการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2-4 ชั่วโมงเท่านั้น

ยางลมขนาด 10.5 นิ้ว ที่มีฟังก์ชั่นการป้องกันการลื่นไถล สามารถขับขี่ได้นุ่มสุด ๆ แม้แต่บนถนนขรุขระ และตัวเครื่อง ความสามารถในการกันน้ำ มาตรฐานระดับ IP54 ป้องกันละอองน้ำและการรั่วซึม ทำให้สามารถใช้งานได้ทุกสภาวะและทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นแดด ฝน พายุ หรือหิมะ พร้อมกับความทนทานเป็นอย่างยิ่ง

มีสัญญาณป้องกันการขโมย โดยจะมีการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือเมื่อเจ้า Segway Ninebot S ถูกเคลื่อนย้าย เมื่อเราล็อคเครื่องไว้ผ่านแอพพลิเคชั่น

ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED สามารถปรับแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน สามารถปรับแต่งได้ถึง 16 ล้านสี และมีรูปแบบที่หลากหลายทั้งไฟกะพริบและการขยับเป็นจังหวะ โดยสามารถปรับแต่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่นได้เลย

แถบรองเข่า ช่วยในการบังคับตำแหน่งและทิศทางในการเดินทางได้ตามใจ นวัตกรรมที่ทำให้ผู้ขับขี่มีอิสระในการขับขี่มากขึ้นกว่าเดิม ควบคุมง่าย ปรับได้ตามความต้องการของผู้ใช้ และการบังคับการหมุนล้อที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำกว่าเดิม ทำให้การเดินทางโดย Segway Ninebot S เป็นเรื่องง่ายดาย แบบไม่ต้องใช้มือ สามารถคุยโทรศัพท์ ถือแก้วน้ำได้สบาย แถมยังช่วยสำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ความปลอดภัยมาตรฐาน

สินค้าของทาง Segway มีมาตรฐานที่ดีที่สุดผ่านการรับรองด้วยมาตรฐานระดับสากล ดังนี้

  • UL 2272 certification – ผ่านการรับรองมาตรฐาน UL 2272 มั่นใจได้ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของการคมนาคมด้วยพลังงานไฟฟ้าระดับสากล
  • Smart BMS (ฺย่อมาจาก Battery Management System) ซึ่งเป็นระบบในการจัดการและตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่มีเสถียรภาพและการทำงานที่ดีมากขึ้น ยืดอายุการใช้งานโดยตรวจวัดอุณหภูมิ แและความไม่สมดุลของเซลล์ภายใน
  • IP54 Standard การกันน้ำมาตรฐานระดับ IP54 ป้องกันการรั่วซึม ทำให้สามารถได้ทุกสภาวะ

การทรงตัวอัจฉริยะ
เทคโนโลยีในเรื่องความสมดุล ทรงตัวได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวล้ม ไม่ว่าคุณจะเคยฝึกมาหรือไม่ ก็สามารถขับขี่เป็นได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาที รวมถึงความอัจฉริยะในการใช้แอพพิเคชั่นบังคับให้เคลื่อนไหวด้วยตัวเครื่องเอง

พลังมอเตอร์

Segway Ninebot S กับพลังของมอเตอร์ถึง 2 ตัว ขนาด 400 วัตต์ และมีพลังมอเตอร์สูงสุดถึง 1,600 วัตต์ ทำให้ผู้ใช้สามารถขับด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 16 กม/ชม. พร้อมทั้งแบตเตอรี่ที่ขับได้ยาวนานถึง 22 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดอย่างต่อเนื่องก็สามารถขับได้ยาวนานถึงเลยทีเดียว

บาลานซ์บอร์ดเหมาะกับใคร

บาลานซ์บอร์ดนี้เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 100 กิโลกรัม และแถบรองเข่าสามารถใช้ได้กับทุกความสูงของผู้ขับขี่ แต่จะเหมาะที่สุดกับผู้ใช้ที่มีความสูงไม่มาก ด้วยส่วนสูงที่กำลังพอดีกับแถบรองเข่า แถมยังสามารถ ยกได้ นำขึ้นหลังรถได้อย่างสะดวกสบาย

หากเป็นผู้ใช้ที่เป็น วัยรุ่นตอนปลายจนถึงผู้ใหญ่ และผู้ที่ชอบความเร็วขึ้นมาหน่อย ทางเราก็มีบาลานซ์บอร์ดอีกรุ่น ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก เพื่อให้มีความสูงและขนาดที่เหมาะกับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ระยะไกล และขี่ได้แรงกว่า ซึ่งจะเป็นรุ่น Ninebot miniPro สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย คลิก

Smart Application เชื่อมต่อกับมือถือไร้กังวล

สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นผ่าน Bluetooth มีการอัพเดทเฟิร์มแวร์เป็นประจำเพื่อระบบการทำงานที่ดีขึ้น รวมถึงมีการสอนการใช้งานสำหรับผู้ที่เริ่มต้น สามารถปรับแต่งสีไฟ การล็อคเครื่อง จะมีการแจ้งเตือนผ่านทางโทรศัพท์มือถือเมื่อที่การเคลื่อนตัวของเครื่อง และอื่น ๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมาย ทำได้เพียงคลิกผ่านนิ้วของคุณ

ระบบแอพพิเคชั่นนั้นสามารถบังคับตัว Ninebot S ให้หมุนได้และเคลื่อนที่ตามต้องการได้ รวมถึงมีระบบช่วยขับขี่ในกรณีที่ต้องการฝึก หรือสำหรับมือใหม่หัดขับขี่ ซึ่งจะเป็นระบบ Auto Balance ให้ทดลองกันไปได้เลย และเมื่อมีความชำนาญในการเล่นแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนเป็น Manual Balance บังคับและทรงตัวเองได้ตามธรรมชาติเลย

เชื่อมต่อกับโกคาร์ท

Ninebot S สามารถแปลงร่างเฉกเช่น Bumblebee ในเรื่อง Transformers เลยทีเดียว โดยสามารถถอดบริเวณแกนกลางออก แล้วต่อสายจากโครง Ninebot Gokart Kit เข้าไปประกอบ จากนั้นก็เชื่อมตัว Segway-Ninebot Application ในมือถือ เปลี่ยนให้เป็นโหมด Gokart แล้วพร้อมเล่นเลย หากอยากศึกษาข้อมูลเชิงลึกในการ Unbox หรือ เปลี่ยนโหมดการเล่น อ่านได้ที่นี่เลย คลิก

รีวิวในส่วนของการใช้งาน

บาลานซ์บอร์ด Ninebot S อาจจะเป็นตัวเลือกในช่วงเวลาเร่งด่วน การเดินทางใกล้ ๆ อย่างรวดเร็วในยามเช้า เจอความยุ่งวุ่นวาย ของเต็มไม้เต็มมือแต่ก็ยังต้องรีบเดินทาง แทนที่คุณจะรีบทานข้าวตอนเช้า แถมไม่อิ่มอีกด้วย เจ้าไนท์บ๊อทเอสตัวนี้แหละ จะทำให้คุณไม่ต้องรวบเร่งเวลาอีกต่อไป

อย่างที่ทราบไปแล้วเรื่องความปลอดภัย เมื่อต่อกับ Application เจ้า Ninebot S ยังสามารถตั้ง Speed Limits กำหนดความเร็ว และ ตั้งเสียงการแจ้งเตือนในการเล่นแบบต่างๆได้ เช่น เสียงเตือนเมื่อถอยหลัง หรือเมื่อป้องกันการถูกขโมย สั่งการทุกอย่างด้วยแอพพิเคชั่นได้สบายในหนึ่งเดียว

อุปกรณ์อะไหล่ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถ Customize เปลี่ยนแปลง ตกแต่ง ให้เป็นในรูปแบบของตัวเองได้ รวมไปถึงไฟฟน้า ไฟท้าย ที่สามารถปรับรูปแบบการเล่นไฟได้มากกว่า 50 แบบ ทั้งสีเดียว รวมสี ไฟกระพริบ ไฟการเบรก

เนื่องจากการบังคับจะอยู่ที่บริเวณหัวเข้าและการโน้มตัว การขับขี่เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันหลายวันอาจจะทำมีการการเมื่อยล้าได้ แต่เพื่อลดอาการเหนื่อยล้า ผู้เล่นอาจจะสามารถบิดเอวเพิ่มเพื่อช่วยในการบังคับทิศทาง ให้ขยับได้ง่ายขึ้นรวมไปถึงการขึ้นลงเนิน สามารถทำได้ในเนินสูง 15 องศา เพียงทรงตัวให้มั่น แล้วค่อยๆปล่อยให้ Ninebot S ไหลขึ้นหรือลง ไม่มีการหน้าทิ่มหรือสะดุด

ดูคลิปรีวิวตัวอย่างของ Ninebot S และ โกคาร์ทได้ที่ด้านล่างเลย

สุดท้ายนี้ ทาง MONOWHEEL หวังว่า บาลานซ์บอร์ด Ninebot S นี้ ให้ทุกคนได้ศึกษา และเข้าใจการเล่นได้พอประมาณนะครับ หากใครจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือออยากจะจับจองเป็นเจ้าของเครื่องนี้ ทางเราก็ยินดีอย่างยิ่งครับ ติดต่อเรามาได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย แล้วรอบหน้าจะเป็นสาระเกี่ยวกับ Gadget สุดคูลตัวไหน ไว้มาคอยติดตามกันครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━
⭐️สอบถามเพิ่มเติม⭐️
☎️ โทร 02-114-7141 (9:00 – 20:00 น.) รองรับ 5 คู่สาย
 Line: http://line.me/ti/p/%40monowheel (หรือ @MONOWHEEL)
💬 Inbox: m.me/monowheeldotbike
💻 https://www.monowheel.bike

Q&A บริการหลังการขายจาก MONOWHEEL

By Review, Tips & Tricks

มีคำถามและข้อสงสัยมากมายจากทั้งแฟนเพจ และลูกค้าใหม่ ๆ ที่สั่งซื้อสินค้าจาก MONOWHEEL เรื่องของการบริการหลังการขายของเราว่ามีอะไรบ้าง และมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครอย่างไร

โดยหากคนไหนสนใจที่จะใช้บริการหลังการขาย สามารถแจ้งหมายเลข Serial numberโดยผู้ที่สนใจที่จะใช้บริการหลังการขาย สามารถแจ้งหมายเลข Serial number ที่เคยลงทะเบียนไว้จากการสแกน QR Code บนกล่อง จากนั้นทางทีมช่างจะทำการเช็คข้อมูล และเตรียมข้อมูลสำหรับการช่วยเหลือลูกค้าทันที และรับสินค้าไปแล้วเรียบร้อย แล้วทางเราจะทำการเช็คข้อมูล และบริการให้อย่างดีเลยครับ

เรามาดู ถาม-ตอบ ข้อสำคัญน่ารู้ของการบริการหลังการขายที่มีให้กันดีกว่า!

Q : สินค้ารับประกันนานเท่าไหร่ ภายหลังจากการซื้อ
A : สินค้ารับประกัน มอเตอร์ 1 ปี แบตเตอรี่ 6 เดือน และกรณีอะไหล่ชำรุด จะอยู่ในระยะ 3 เดือน
Q : มีศูนย์ซ่อมโดยตรงไหม
A : ทางเรามีศูนย์บริการมาตรฐานในไทย และสามารถส่งแมสเซนเจอร์เข้าไปรับสินค้าถึงบ้านลูกค้ามาทำการตรวจเช็คได้ทันที
Q : ติดต่อศูนย์บริการได้อย่างไร
A : สามารถติดต่อได้ที่ Line แอด @MONOWHEEL , เฟสบุ๊ค MONOWHEEL.Bike  หรือ โทร.02-650-1118
ตามเวลาทำการ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 9.30 – 17.30 น.  (หากนอกเวลาทำการ ก็สามารถโทรสอบถามได้ครับ)
สามารถสอบถามการใช้สินค้าได้เช่นกันนะครับ โทรติดต่อเราได้เลยครับผม
Q : การส่งซ่อมหลังหมดประกัน
A : สามารถส่งเข้ามาตรวจเช็คหรือซ่อมได้โดยทางเราสามารถเช็ค จาก Serial Number ที่ตัวสินค้าเพื่อสงวนสิทธิ์จากสินค้าที่ไม่ได้ซื้อกับทางศูนย์บริการ
Q : อยากได้เพื่อน หรือคนปรึกษาในการเล่นสกู๊ตเตอร์ Ninebot เพิ่มเติม
A : เข้าร่วมกลุ่ม Segway Ninebot เพื่อพูดคุยโดย แสกน QR Code ตามด้านล่างนี้ได้เลยครับ

สุดท้ายนี้ หากใครจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือออยากจะจับจองเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต่างๆ ทางเราก็ยินดีอย่างยิ่งครับ ติดต่อเรามาได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย แล้วรอบหน้าจะเป็นสาระเกี่ยวกับอะไรนั้น ไว้มาคอยติดตามกันครับ !

━━━━━━━━━━━━━━━━━
⭐️สอบถามเพิ่มเติม⭐️
☎️ โทร 02-114-7141 (9:00 – 20:00 น.) รองรับ 5 คู่สาย
 Line: http://line.me/ti/p/%40monowheel (หรือ @MONOWHEEL)
💬 Inbox: m.me/monowheeldotbike
💻 https://www.monowheel.bike

รีวิว Ninebot Gokart Kit โกคาร์ทพลังงานไฟฟ้าฉบับ upgrade

By Gokart kit, Review, Segway-Ninebot, Tips & Tricks

แบรนด์ Segway Ninebot ถือว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำและก้าวหน้าที่สุดในเรื่องการผลิตสินค้าที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นกว่าเก่า เป็นแบรนด์แห่ง Transport Innovation ที่แท้จริง และเป็นผู้นำทั้งเรื่องสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึง Gokart หรือ ที่เรียกกันว่า “โกคาร์ท” ที่ได้ย่อส่วนโกคาร์ทหลักแสน มาเหลือเพียงราคาหลักหมื่น ที่ใครก็จับต้องได้

โกคาร์ท (Gokart Kit) คันสีขาว ที่ดูโมเดิร์นและ Look Cool สวยๆแบบเรียบง่ายในเวลาเดียวกัน Gokart ที่ตัวเครื่องเป็นเหมือนรถแข่ง มีดีไซน์ที่เรียบสวย รถแข่งคันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่รถแข่งในสนาม แต่สามารถนำมาใช้แทนยานพาหนะธรรมดา ๆ แทนได้เลย  (ศึกษารายละเอียดสินค้า คลิก)

ก่อนจะเป็นโกคาร์ทไฟฟ้าที่เห็นกันในตอนนี้ โครงโกคาร์ทได้ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกตัวมอเตอร์บริเวณล้อหลังได้ หรือที่เรียกว่า Hover Board หรือ Balance Board นั่นเอง โดยสามารถเลือกได้ตาม ความแรง ความเร็ว สี และสเปคเครื่องที่ชอบ ข้อดีคือเราสามารถออกแบบโกคาร์ทให้เป็นแบบที่เราต้องการได้ ให้ความรู้สึกถึงความเเป็นจ้าของ และ มีความแตกต่าง

โกคาร์ทโดยทั่วไปอาจจะเหมาะกับผู้ชายสายซิ่ง นักแข่ง แต่ในยุค 2020 นี้ เป็นยุคแห่งนวัตกรรม ความเปลี่ยนแปลง และ New Normal ดังนั้น ตัวไนน์บอทโกคาร์ทที่มีการออกแบบสีและโครงที่โมเดิร์น และเท่ห์มากขึ้นทำให้ทั้งเด็ก ผู้หญิง และผู้ชาย ที่มีความสูงตั้งแต่ 130 ถึง 190 ซม. สามารถขับโกคาร์ทแบบสวย ๆ มันส์ ๆ ได้เช่นกัน โดยน้ำหนักผู้เล่นที่รอบรับได้ต้องไม่เกิน 100 กิโลกรัม

Unbox Gokart kit Gokart ที่ได้จะเป็นยังไงนะ

สินค้าของทาง MONOWHEEL จะถูกบรรจุอยู่ใน Packaging หรือ กล่องอย่างดี แน่นหนา มีการล็อค และบล็อกโครงให้สินค้าไม่ขยับ และ ปลอดจากการกระแทก ขนาดกล่องที่ได้รับจะมาแบบใหญ่ จัดเต็ม ขนาด 109 x 87 x 51 ซม. มาพร้อมกับ User Manual , สายชาร์จไฟ adapter, ถ่าน ขนาด AA 6 ก้อน, อุปกรณ์เสริม และ Adapter pad และด้วยความที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัม อาจจะต้องใช้สองคนในการยกออกจากตัวกล่อง เพื่อความปลอดภัย และง่ายต่อการยกออก

( ดูYouTube คลิปรีวิวแกะกล่อง Ninebot Gokart เพิ่มเติม คลิก )

วิธีติดตั้งโกคาร์ท
อย่างที่เราเกริ่นไปตอนแรกครับ Ninebot Gokart Kit จะต้องประกอบเข้ากับ Hover Board ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถดูข้อมูล หรือ สั่งซื้อได้เลยโดยของเราจะมีสองรุ่นหลักๆ ได้แก่  Ninenot S (ซ้าย) และ miniPro (ขวา) ซึ่งสองรุ่นนี้จะมีความแตกต่างกันรวมถึงความเหมาะสมกับการใช้งานเมื่อนำมาถูกใช้เป็นเพียง บาลานซ์บอร์ดแบบเพียวๆ

เมื่อเราต้องประกอบร่างของสองตัวให้กลายเป็นหนึ่งเดียว… มาดูขั้นตอนการติดตั้งง่ายๆกัน

1. ขั้นแรกต้องถอดก้านออก จับ miniPro วางราบลงไปกับพื้น งัดจุกสีส้มออก
2. ใช้ ที่ไขน็อตรูปตัว U ที่มาในกล่อง คลายน็อตออก แกะตัวก้านออกให้เหลือแต่แป้นที่เหยียบ
3. วางแป้น Adapter Pad สีดำ ไว้ที่บริเวณที่วางเท้าของตัว miniPro

เตรียมในส่วนของ โครง Gokart kit

1.เปิดแท็บสีดำบริเวณด้านหน้าของโครง แล้วนำถ่านใส่เข้าไป
2.จากนั้นประกอบโกคาร์ทเข้ากับ ตัว Hover board เลย แล้วรัดสายสองข้างให้เครื่องไม่หลุด
3.นำสายไฟเสียบเข้าขั้วให้ถูกทางจากฝั่ง Gokart Kit และช่องเสียบของ miniPro
4.สามารถไขน็อตปรับระดับความยาวของตัวรถ ความสูงของพวงมาลัยได้

เสร็จแล้ว เหลือเพียงต่อปรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานให้เป็น โหมดสำหรับ Gokart เท่านั้น

1.เข้าแอพ Segway-Ninebot แล้วเชื่อมบลูทูธต่อเข้ากับเครื่อง
2.เลือกหน้า Setting แล้ว กดเป็น Gokart Mode
3.กดปุ่มเปิดเครื่องของตัว Gokart แล้วเริ่มเล่นเลย
หลังจากนั้นทุกครั้งที่จะเล่นโกคาร์ท อย่าลืมเชื่อมต่อบลูทูธกับเครื่องโกคาร์ท ไม่ใช่ตัว Ninebot Balance ฺBoard อย่างเพียวๆ

โกคาร์ทวิ่งได้เร็วแค่ไหน ลงสนามได้ไหม

Ninebot Gokart kit เมื่อได้รวมตัวกับ miniPro แล้ว จะทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 24 กม/ชม.
โดยปรกติแล้ว Ninebot Gokart จะมีทั้งหมด 3 โหมดความเร็ว หรือง่ายๆคือ ความเร็ว 3 ระดับ
โหมด Safe เร็วสูงสุด 8 กม/ชม.
โหมด New Rider เร็วสูงสุด 18 กม/ชม.
โหมด Sport  เร็วสูงสุด 24 กม/ชม.
และทริคลับที่ไม่ลับสำหรับ miniPro นั้น จะมีโหมด Track Mode ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งจะสามารถทำให้วิ่งในสนามแข่ง ด้วยความแรงที่จุใจมากถึง 27 กม/ชม. สนุก สะใจ เต็มอิ่มไปอีกทีเดียว!

ดูคลิปรีวิวตัวอย่างของโกคาร์ทได้ที่ด้านล่างเลย

สุดท้ายนี้ ทาง MONOWHEEL หวังว่าบล็อคพร้อมการประกอบตัวโกคาร์ท Ninebot Gokart Kit และบาลานซ์บอร์ด นี้ ให้ทุกคนได้ศึกษา และเข้าใจการเล่นได้พอประมาณนะครับ หากใครจะมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือออยากจะจับจองเป็นเจ้าของเครื่องนี้ ทางเราก็ยินดีอย่างยิ่งครับ ติดต่อเรามาได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย แล้วรอบหน้าจะเป็นสาระเกี่ยวกับ Gadget สุดคูลตัวไหน ไว้มาคอยติดตามกันครับ !

━━━━━━━━━━━━━━━━━
⭐️สอบถามเพิ่มเติม⭐️
☎️ โทร 02-114-7141 (9:00 – 20:00 น.) รองรับ 5 คู่สาย
 Line: http://line.me/ti/p/%40monowheel (หรือ @MONOWHEEL)
💬 Inbox: m.me/monowheeldotbike
💻 https://www.monowheel.bike

ninebot max

Product Of The Year 2020 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า “Ninebot MAX” มิติใหม่แห่งการเดินทาง

By KickScooter MAX, PRODUCTS, Review, Segway-Ninebot

Ninebot MAX สุดล้ำ พร้อมก้าวไปสู่ Zero Traffic Society

ทางเลือกใหม่แห่งการเดินทาง “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเบอร์หนึ่งของโลก”

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราจะเห็นว่าคนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะในปัจจุบันนั้น การหันมาใช้รถสาธารณะอาจจะไม่ใช่ The best solution อีกต่อไปแล้ว ทั้งในเรื่องของความหนาแน่นของประชากรและการจราจรที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างมลภาวะทางอากาศที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในสังคมด้วย แล้วอะไรล่ะคือ “คำตอบ” ที่จะช่วยเรื่องนี้ได้ ?

ยุคใหม่ที่ไม่ต้องพึ่ง Mass Transportation

ยิ่งในยุคที่ค่าเดินทางของคนกรุงแพงสูงลิบ รวมถึงข้อเสียต่าง ๆ ที่กล่าวไปนั้น อาจจะถึงเวลาแล้วที่เรา จะต้องหันมาตระหนักถึงโทษของมันมากขึ้น โดยการหาวิธีที่จะทำให้เราได้ลดค่าใช้จ่ายลง ช่วยปกป้องโลกในการช่วยลดมลภาวะ และป้องกันตัวเอง โดยการลดเปอร์เซ็นต์ในการพบเจอเชื้อโรคจากรถสาธารณะลง อย่างเช่น ในสถานการณ์ช่วงนี้ที่เกิดการระบาดของโรค COVID-19 การใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็ดูว่าจะตอบโจทย์มาก ๆ กับสถานการณ์ช่วงนี้ ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าไฟเลยเวลาชาร์จ เนื่องจากเจ้าสกู๊ตเตอร์นี้ มีระบบปั่นไฟเข้าเมื่อมีการกดเบรก เป็นระบบ Energy Recovery ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยทั้งการประหยัดค่าใช้จ่าย ลดการเดินทางที่แออัด และป้องกันตัวเองจากผู้คนได้อีกด้วย

Zero Traffic  รูปแบบถนนไทยใหม่ที่ทุกคนต้องการ

การต่อสู้กับถนนไทยในยุคสมัยนี้ที่ทั้งรถติด แออัด และเต็มไปด้วยมลพิษ อย่างที่เราเห็น สี่แยกแครายที่มีคน Check in ด้วยชื่อชิค ๆ เช่น “สี่แยกแครายไฟแดงชาตินี้ไฟเขียวชาติหน้า” ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆทุเลาลงเมื่อหันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น

โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น MAX สามารถเดินทางไปไกลได้ถึง 65 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 30 กม/ชม. เลยทีเดียว ทั้งเดินทางใกล้ ทางไกล ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือเพียงแค่ออกไปซื้อของแถวบ้าน หรือลองเทียบง่าย ๆ กับการเดินทางจากกรุงเทพไปสมุทรปราการ ที่ได้แวะ “เมืองโบราณ” เยี่ยมชมสถานที่ของประเพณีและวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

PM 2.5 ฝุ่นต้องหมดไป หากพวกเราช่วยกัน

และอย่างที่เราทราบกันดีว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งต่อเนื่องมาจากการใช้รถบนท้องถนนที่มีมากขึ้น และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และกระทบกับสุขภาพของคนมากขึ้น แต่ทว่า Electric Scooter ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถช่วยลดมลพิษทางอากาศไปได้ และยังเป็นยานพาหนะที่ไม่เกิดเสียงรบกวน เหมาะกับคำว่า Environmental Friendly เป็นที่สุด

The best of all Segway Ninebot KickScooter !

และเพื่อตอกย้ำความเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดแห่งปี เจ้าราชา MAX เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ครบเครื่องที่สุดเรื่องสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ เทคโนโลยีการออกแบบที่ล้ำสมัยที่สุด ขับขี่จริงได้ดีที่สุด และตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ตรงจุดที่สุด King of Electric Scooter อย่าง Ninebot MAX ก็ถูกตั้งคำถามมากมายจากผู้ใช้ แต่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีที่สุดเมื่อได้ลองสัมผัสลองใช้กันจริงๆ

นอกจากสเปคเครื่องที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ทาง Segway ก็ออกแบบให้ MAX มอบความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้มากขึ้น โดยการเพิ่ม Built-in Bell เป็นกระดิ่งแบบแข็งชนิดพิเศษ ติดกับตัวแฮนด์ไปเลย พร้อมกับไฟด้านหน้าในระดับการมองเห็นที่ไกลระยะ 15 เมตร ชัดเจนโดยไม่ต้องก้มดูพื้นในยามค่ำคืน และด้วยล้อยางลมที่แข็งแรงขนาด 10 นิ้ว ก็สามารถพาผู้เล่นขี่ผ่านถนนขรุขระที่มองไม่เห็นไปได้อย่างนิ่มนวลและใช้งานได้ง่ายดายที่สุด ไม่ต้องคอยเช็คอุปกรณ์หรือส่วนประกอบต่างๆก่อนออกเดินทางเหมือนยานพาหนะอื่นๆให้วุ่นวาย

ทิ้งท้ายไว้กับสิ่งที่อาจถูกมองข้าม “แผนผังเมือง”ของไทย

นอกจากปริมาณความต้องความต้องการใช้รถใช้ถนนของคนไทยนั้นมีสูง และขนสงสาธารณะที่อาจจะยังมีไม่พอเพียงต่อความต้องการ ทำให้การใช้รถส่วนตัวอาจมีเปอร์เซ็นต์ที่มากขึ้นไปอีก บวกกับบางสิ่งที่เราอาจมองข้ามไปบ้างอย่างการออกแบบ “แผนผังเมืองและถนน” ของไทย โดยเฉพาะที่มีซอยตันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเดินทางที่จะออกจากซอยต่างๆ แล้วไปรวมกันอยู่ที่ถนนใหญ่ สร้าง Bottle Neck แออัดกันอยู่เพื่อเข้าถนนใหญ่ และด้วยความที่ซอยเล็กซอยน้อยต่างๆนั้นมีความแคบ แออัดอยู่แล้ว ดังนั้น การเดินทางโดยรถคันใหญ่ อาจจะไม่ตอบโจทย์ และไม่รวดเร็วเท่าการขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาดกระทัดรัด และเล็กกว่ามอเตอร์ไซค์ ทำให้การเดินทาง เลาะตรอกซอยต่างๆทำได้ง่าย

และนอกจากความซอยตันที่มีมากมาย การเน้นสร้างถนนสายหลักทำให้เกิดปัญหารถติดและแออัดเช่นกัน ประเทศไทยกลายเป็นว่ามีผังเมืองแบบ “Super Block” พื้นที่ขนาดใหญ่ และเพราะเช่นนี้ถึงทำให้การออกแบบถนนนั้นถูกแคบลงไปอีก จึงทำให้พื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ แต่เส้นทางถนนที่ต้องใช้สัญจรนั้นแคบ ไม่ตอบโจทย์การใช้ถนน จึงต้องหันมาเพิ่งยานพาหนะเล็กๆแทน ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เป็นอีกคำตอบนึงที่ดีที่สุด และด้วยความเป็นที่สุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงปรับโหมดความเร็วได้สามระดับว่าชอบเร็วประมาณไหน รวมไปถึงมึโหมดเสริม “Pedestrian Mode” ในความเร็วไม่เกิน 6 กม/ชม. เพื่อความสะดวกในการขับขี่บนทางเท้าได้อย่างปลอดภัย และไม่เร็วเกินไป

บทสรุปของความเป็น King of Electric Scooter

ทำไมต้องเป็น “Ninebot MAX” ?

ถ้าบทความเบี้องต้นยังทำให้คลายความสงสัยไปไม่ได้ว่าฟังก์ชั่นเหล่านี้จะสามารถช่วยให้ “สังคมคนเมืองของประเทศไทย” เป็นไปในแบบที่ทุกคนต้องการจริง ๆ หรือไม่ ในความเป็นจริงแล้ว Zero Traffic Society สำหรับไทยเราอาจจะยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันทีเพียงดีดนิ้วอย่าง “ธานอส” ในเรื่อง Avengers หรอก แต่ถ้าเราร่วมใจกันใช้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหานี้ได้อย่างถูกต้อง ถนนและสังคมน่าอยู่ที่ฝันไว้ก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม และยานพาหนะที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ ก็ยังคงเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot MAX เช่นเดิม และสุดท้ายนี้ หากใครมีคำถามเกี่ยวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot KickScooter MAX เพิ่มเติม ก็สอบถามทาง MONOWHEEL เราได้เลย

ดูรีวิวของ Product of The year – Ninebot MAX ได้เพียงคลิกด้านล่างนี้เลย

รีวิวพิเศษจากนายกาฝาก ตอนที่1 คลิก!
รีวิวพิเศษจากนายกาฝาก ตอนที่2 คลิก!
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MAX ศึกษาเลย!

Ninebot MAX กับ 6 ทริค ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ!

By KickScooter MAX, Review, Tips & Tricks

คุณเคยสงสัยกันไหมว่า ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าธรรมดา ๆ ยังไงให้ดีมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะกับ Ninebot KickScooter MAX รุ่นใหม่นี้

ในบล็อคนี้ทาง MONOWHEEL ของเราจะมาแอบบอกทริคสั้น ๆ ในการขี่ MAX ให้สนุกไปอีกขั้น

คำเตือน ภาพประกอบด้านล่างเป็นเพียงการทำท่าทางเท่านั้น หากใช้งานจริง แนะนำให้ทุกคนใส่ Protection ป้องกันอุบัติเหตุนะจ้ะ

1.เชื่อมแอพพลิเคชั่นกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก่อนออกเดินทาง

แอพพลิเคชั่นใหม่ตัวนี้จะมีสัญลักษณ์ดังภาพด้านบน สีดำขาว พร้อมกับลูกโลกสีฟ้ามุมขวามือ เพื่อ เช็คสถานะแบตเตอรี่ และระยะทางที่เหลือที่สามารถวิ่งได้ จะทำให้ผู้เล่นสามารถวางแผนกำหนดการเดินทางที่ต้องการได้ดีขึ้น

2.ขับขึ้นบนเนินสูงไม่ต้องหวั่นเรื่องความเร็วลด

ในการบิดขึ้นเนินสูง ๆ MAX สามารถเลือกใช้โหมด Sport เพื่อเพิ่มแรงและพลังในการขี่ขึ้นเนินได้ โดยที่ความเร็วไม่ตก และยังแรงอยู่ ซึ่งโหมดนี้จะใช้พลังมอเตอร์ของเครื่องเพียง 20 % เท่านั้น

3.ความเร็วเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อบิดคันเร่ง

หลังจากไถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสตาร์ทเครื่องแล้ว ทันทีที่ผู้ใช้กดบิดคันเร่ง เครื่องจะใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 วินาที เพื่อเร่งความเร็วให้ถึง 15 กม/ชม. ผู้เล่นสามารถทรงตัวเพื่อออกตัวอย่างรวดเร็วได้ทันที

4.การทรงตัวเพื่อการเล่นที่สนุกขึ้น

สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า MAX ผู้เล่นสามารถขยับตัวและเปลี่ยนท่าทางต่าง ๆ ได้ ในกรณีที่จะเลี้ยว ผู้เล่นสามารถย่อเข่า พร้อมเอนตัวเล็กน้อยไปยังทิศที่จะเลี้ยวไป จะทำให้เครื่องสามารถไปได้ง่ายขึ้น พร้อมกับการเล่นที่พริ้วไหว

5.โหมดลับที่ไม่ลับ “Pedestrian mode 6 km/hr.”

หากในกรณีที่ผู้ใช้ไม่อยากจะเร่งความเร็วเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อื่น ๆ บนท้องถนน หรือตามฟุตบาธ Ninebot MAX มีความพิเศษตรงที่ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ Pedestrian Mode ที่จะจำกัดความเร็วแรงของสกู๊ตเตอร์เหลือเพียงแค่ 6 กม/ชม. เท่านั้น  โดยโหมดนี้จะกดเปิดได้ในแอพพลิเคชั่นผ่านมือถือนั่นเอง

6.ระดับองศาไฟหน้ารถที่เหมาะกับท้องถนนจริง

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปนั้นมีไฟด้านหน้า เพียงแต่ไฟหน้าของรุ่น MAX ถูกออกแบบมาอย่างพิเศษเพื่อองศาที่เห็นด้านหน้าในมุมชัดเจนและกว้างกว่ารุ่นอื่น ๆ และผู้เล่นสามารถเปิดใช้ได้แม้ในที่มืด หรือตอนกลางคืน

และนี่คือ ทริค 6 วิธีในการขี่ Ninebot MAX ยังไงให้สนุกและปลอดภัย

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น MAX นี้ สามารถส่งพลัง แบบ Maximum เต็มสปีด ดั่งชื่อรุ่น ทั้งเรื่องความเร็ว ความแรง ความอึด และความสมดุลในการทรงตัวขณะขี่ ทำให้การขี่สกู๊ตเตอร์เป็นเรื่องที่สนุกและไม่น่ากลัว

ดูรีวิวได้เพียงคลิกด้านล่างนี้เลย

รีวิวพิเศษจากนายกาฝาก ตอนที่1 คลิก!
รีวิวพิเศษจากนายกาฝาก ตอนที่2 คลิก!
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MAX ศึกษาเลย!

Airwheel SQ3 กระเป๋าเดินทางไฟฟ้าสุดน่ารัก แบบ 2in1 เปลี่ยนเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้

By Airwheel, Review, SQ-3
พบสินค้าใหม่ล่าสุดของปี 2020 กับ Airwheel SQ3 กระเป๋าเดินทางไฟฟ้าสำหรับเด็ก แบบ 2in1 ใช้เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ 🌈

Read More