Category

Review

Product review

รีวิวการใช้งานจักรยานไฟฟ้า DYU D2f

By D2f, Review
รีวิว…จักรยานไฟฟ้าที่ปั่นได้ตัวยอดฮิตจากทาง DYU กันบ้างสำหรับรุ่น D2f ที่ในที่สุดก็มีตัวที่ครบ จบในตัวเดียว เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังครับ Read More

Ninebot gokart

ไข 9 ข้อสงสัย Ninebot Gokart รถโกคาร์ทพลังงานไฟฟ้า

By Gokart kit, Review
Ninebot gokart

ไขข้อสงสัย 9 ข้อ Ninebot Gokart โกคาร์ทไฟฟ้า

หลังจากเปิดตัวไปไม่นาน Ninebot Gokart รุ่นยอดฮิตโกคาร์ทระบบไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Segway Electric GoKart จากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสัมผัสความสนุกของการขับโกคาร์ท  ตัวรถมีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สมรรถนะยอดเยี่ยม ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 24 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีน้ำหนักเพียง 28 กิโลกรัมเท่านั้นครับ

Ninebot Gokart มาพร้อมด้วยการออกแบบอย่างมีสไตล์ไม่เหมือนใคร ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่สามารถขับโกคาร์ทได้อย่างสนุกสนานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เนื่องจากรถรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีเสียง กลิ่น หรือควันออกมารบกวนขณะขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความที่เป็นนวัตกรรมใหม่จาก Segway หลายๆคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโกคาร์ท Ninebot Gokart ฟังจากชื่อแล้วเป็นของเล่นเด็กหรือเปล่า? ซื้อไปแล้วทำอะไรได้บ้าง? ใช้งานยังไง? วันนี้แอดจะมาไขขอสงสัย 9 ข้อ Ninebot Gokart โกคาร์ทไฟฟ้า จากลูกค้าหลายคนที่ถามเข้ามา

Ninebot Gokart Kit

1.Gokart Kit ที่ไม่ Kid นะ
หลังจากที่ใครหลายคนอ่านชื่อก็ต้องเข้าใจผิดว่า Ninebot Gokart kit เป็นของเล่นสำหรับเด็ก เพราะอ่านจากชื่อแล้ว “ไนน์บอทโกคาร์ท คิท” เป็น kid ที่เป็นของเด็ก แอดจะบอกว่าเข้าใจผิดแล้วนะ ชื่อเรียกของ Ninebot Gokart Kit  ไม่ใช่ของเล่นสำหรับเด็กอย่างเดียวชื่อเป็นเพียงชื่อเรียกเท่านั้น555 ไม่ใช่ของเล่นเด็กธรรมดาๆเลยนะ เป็นมากกว่าของเล่นเด็กที่สามามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว ด้วยการออกแบบที่สามารถปรับยืดได้ถึง 120-190 cm นั่นหมายความว่าเด็กที่มีส่วนสูง 120ไปจนถึงผู้ใหญ่สูงถึง190  ก็สามารถเล่นได้นะ เห็นไหมไม่ใช่ๆเล่นๆ


gokart with miniPRO

2.ไม่ได้มีแค่หนึ่ง..แต่ได้ไปถึงสอง
ได้ไปถึง 2 ฮะ อะไรนะ ได้ยินไม่ผิดแล้วครับ ด้วยการออกแบบจาก Segway Ninebot ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ทำให้ Ninebot Gokart มี 2 เครื่องพร้อมกันโดยการประยุคให้ Ninebot Gokart Kit ใช้งานร่วมกันกับ Ninebot by Segway miniPRO โดยอาศัยมอเตอร์อันทรงพลังประกอบเข้า รวมเป็นหนึ่งแล้วก็คือ Ninebot Gokart Kit ที่คุณทั้งสามารถขับขี่ได้จริงเหมือนรถโกคาร์ทแบบเติมน้ำมันเลยครับ
ในขณะเดียวกันคุณยังสามารถถอดเอาเฉพาะตัว miniPRO กลับมาใช้เป็นยานพาหนะแบบเดี่ยวๆได้ง่ายเพียงแค่ใส่ก้าน เปลี่ยนก้านควบคุม เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและสะดวกมากยิ่งขึ้น

3.ความรู้สึกที่เหมือนขับรถสปอร์ต
ถึงเป็นโกคาร์ทพลังงานไฟฟ้าแต่ความรู้สึกที่ขับที่ทำให้ผู้ขับรู้สึกถึงความมันส์ แค่เพียงแค่เหยียบคันเร่งโกคาร์ทไฟฟ้าก็พร้อมทำงาน ออกแรงพุ่งตัวอย่างเร็ว ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ต เลยจะแอดจะบอกให้

4. สามโหมดขับขี่ ที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยความ
ทำไม Ninebot Gokart ถึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย? นอกจากการออกแบบที่ปรับประยุกต์เล่นได้หลายแบบแล้ว ทั้งการปรับยืดหดเพื่อให้เหมาะกับเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ที่สูงถึง190 ซ.ม.  Ninebot Gokart ยังสามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นเพื่อปรับล็อคระดับความเร็วได้ 3 รูปแบบผ่านแอพ โหมด 1: สำหรับมือใหม่ สูงสุดที่ 8 กม./ชม. โหมด 2: โหมดทั่วไป สูงสุดที่ 18 กม./ชม. และโหมดที่ 3: โหมดสปอร์ต สูงสุดที่ 24 กม./ชม.
ความเร็วที่ถูกออกแบบมาสามระดับทำให้สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัวโดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลว่า หากเป็นเด็กเล็กเล่นจะเร็วเกินไป เพียงแค่ปรับความเร็ว อยู่ที่ สูงสุดที่ 8 กม./ชม. (โหมดเต่า) ผู้ปกครองก็สบายใจเป็นความเร็วที่ไม่เร็วจนเกินไป นั่นเอง

5.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Ninebot Gokart เป็นโกคาร์พลังงานไฟฟ้า รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีเสียง กลิ่น หรือควันออกมารบกวนขณะขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานง่าย ชาร์จไฟบ้านเพียงแค่ 3 ชม. ขับขี่ได้ถึง 1 ชม. ทำให้ขับโกคาร์ทได้อย่างสนุกสนานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย 

steering

6.ความมันส์ที่ไม่ได้อยู่แค่ความเร็วแต่ดริฟสนุกๆได้ด้วย
ความสนุกที่ไม่ได้อยู่แค่เพียงปลายเท้า แค่การออกตัวที่เร็วส์เหมือนรถสปอร์ต แต่ Ninebot Gokart ให้ความรู้สึกที่สนุกมากขึ้น มาพร้อมเบรคมือให้ดริฟท์ ซึ่งตัวเบรกมือจะอยู่ที่ตัวด้านขวาของเครื่องเพื่อคามถนัดของผู้ขับขี่ นอกจากจะวัดกันที่ความเร็ว แรงส์แล้ว Ninebot Gokart  ยังให้ผู้ขี่ได้ขับขี่และอวดกันดิรฟมันส์ ง่ายๆ ด้วยเบรกมืออัจฉริยะ


7.พกพาความมันส์ไปด้วยได้ง่ายๆ
Ninebot Gokart สามารถยืดหดปรับระดับให้ง่ายต่อการพับพกพาไปด้วยทุกที่ แค่ใส่หลังรถไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งคันเล็กหรือรถขนาดใหญ่  คุณก็สามารกพก Ninebot Gokart Kit ไปด้วยทุกที่

 


8.แอพเดียวที่เปลี่ยนให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย
ทุกอย่างรวมอยู่ในแอพเดียว ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพ Segway เพื่อการการใช้ง่ายที่ง่ายและสะดวก พอโหลดมาแล้ว ง่ายๆเลยครับแค่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS/Android ในแอพมีมีโหมดต่างที่เป็นผู้ช่วยให้คุณสามารถควบคุม Ninebot Gokart เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งการดูระยะทาง ความเร็ว, ปรับล็อคความเร็ว, เปลี่ยนสีไฟ, อัพเฟิร์มแวร์ และอื่นๆ จุดสำคัญของแอพนี้เมื่อใช้ร่วมกับ Ninebot Gokart ใช้สำหรับเปลี่ยนโหมดขับขี่ครับ หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนมาใช้mini PRO ให้เข้ามาที่ในแอพเพื่อทำการเปลี่ยนโหมดขับขี่่เป็นระบบ Self Balance กรณีลูกค้าต้องการใช้โหมดขับขี่ของ Ninebot Gokart  ก็ให้ปิดโหมด Self Balance และเปิดเป็นโหมดขับขี่ปกติครับ

9.อยากได้จัง…ขับขี่ได้ที่ไหน
ต้องออกตัวก่อนว่า Ninebot Gokart คันนี้ต้องใช้พื้นที่ในการขับอยู่พอสมควรนะครับ แนะนำว่าเป็นพื้นที่ราบโล่ง ขับในหมู่บ้าน แบบนี้จะสะดวกกว่าซึ่งเร็วๆนี้ทาง Monowheel กำลังจะเปิดตัวสนาม E-Gokart Racing ในเดือน พฤศจิกายน ใครที่อยากปะลองความเร็ว แรง มันส์ สามารถไปทดสอบความเร็วที่ ใกล้ๆกับสวนหลวงจุฬาครับ เป็นสนามโกคาร์ทระบบไฟฟ้า ใจกลางเมือง พื้นที่กว่า 1,200 ตร.ม. ใครอยากไปเล่น ติดตาม ข่าวสารได้ที่หน้าเพจเลยนะครับ หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสนาม E-Gokart Racing  ได้ที่เบอร์ 02-650-1118
สำหรับใครที่อดใจไม่ไหวและอยากขี่ Ninebot Gokart เดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย สามารถสั่งซื้อได้ที่ LINE @MONOWHEEL ได้เลยครับ :]

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Ninebot Gokart Kit โกคาร์ทไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้า สำหรับโกคาร์ทไฟฟ้ารุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาได้ดีมากทั้งดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและฟังช์การใช้งานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลายแบบตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ และให้ความสนุกแก่ผู้ขับขี่ ใครที่อยากทดลองขับก่อนซื้อก็สามารถสามารถเข้ามาทดลองได้ที่สำนักงานใหญ่ของเรา อาคารซิตี้ลิงค์ชั้น 4  เพชรบุรี 35  เรามีพื้นที่ให้ลองขี่ และหากสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Ninebot Gokart สามารถดูได้ที่เว็ปของ Monowheel ได้เลย

รีวิวเพิ่มเติมสำหรับ Ninebot Gokart Kit

  • Review – Unbox Ninebot Gokart Kit – โกคาร์ทไฟฟ้าสุดมันส์!
    >> คลิ๊ก
  • บรรยายกาศในงานสนามโกคาร์ทไฟฟ้า @The Street รัชดา>> คลิ๊ก

Ninebot KickScooter MAX สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลที่สุด

By KickScooter MAX, Review
เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Segway-Ninebot ได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด คือเจ้า Ninebot KickScooter MAX โดยเป็นรุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุด ถึง 65 กิโลเมตรต่อชาร์จ Read More

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ทำงาน

ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปทำงานด้วยค่าเดินทางเพียง 3 บาทเท่านั้น

By KickScooter ES1/ES2/ES4, KickScooter MAX, Review
หลายๆคนคงมีคำถามกับการจะเปลี่ยนมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือระบบขนส่งสาธารณะ Read More

เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด Ninebot ES2 VS DYU D2f

By D2f, KickScooter ES1/ES2/ES4, KickScooter MAX, Review
ตอนนี้แอดฯ เชื่อว่าหลายท่านกำลังตัดสินใจเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้า vs. สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า วันนี้เรามีคำแนะนำเด็ดๆ มาให้ที่นี่ Read More

15 เรื่องควรรู้ของ Ninebot Kick Scooter ES2

By KickScooter ES1/ES2/ES4, Review No Comments

MONOWHEEL

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอยู่ หรือกำลังศึกษาดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า NINEBOT KICK SCOOTER ES2 แต่ยังชั่งใจหรือหาเหตุผลประกอบอยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น ES2 มีข้อดีอย่างไรบ้างและการเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสักคันต้องพิจารณาถึงเรื่องอะไรบ้าง เพื่อเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด วันนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่คุณควรรู้ของ  NINEBOT KICK SCOOTER ES2 ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจจะย้ายมาใช้งาน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับ

1.แบตเตอรี่

แบตเตอร์รี่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญและมีราคาแพงเท่ากับ 1 ใน 3 ของราคาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรตรวจสอบดูให้ดีว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของแบรนด์ที่เรากำลังสนใจอยู่มีคุณภาพดีหรือไม่ โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้นใช้แบตเตอร์รี่แบบ Lithium จากบริษัท LG ขนาด 5.2 Ah สามารถขับไปได้ในระยะทาง 25 กิโลเมตร และยังมีระบบ Batterry management system (BMS) ที่มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะจากทาง Ninebot สำหรับใช้ในการควบคุมการจ่ายไฟให้มีความเสถียร ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ยังมีออฟชั่นแบตเตอร์รี่เสริมที่ช่วยให้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร  

2.กำลังวัตต์

การเลือกกำลังวัตต์มอเตอร์ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรพิจารณาเลือกจากพื้นที่ที่เราต้องการนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปใช้ หากใช้งานภายในหมู่บ้านที่มีทางลาดชันไม่มากนักมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 250 วัตต์ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้นใช้กำลังไฟในการขับเคลื่อนอยู่ที่ 300-700 วัตต์ ทำให้คุณสามารถขับลงทางลาดหรือขึ้นทางชันได้อย่างสบายๆ

3.น้ำหนัก

สำหรับใครที่กำลังวางแผนในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นพาหนะสำหรับการเดินทางไปทำงานที่อาจจะต้องขึ้นรถสาธารณะหรือข้ามสะพานลอยอาจต้องมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ถ้าการใช้งานของคุณไม่จำเป็นต้องแบกหรือยกตัวสกู๊ตเตอร์มากมายอะไรนัก เรื่องน้ำหนักก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับคุณ

4.ขนาดและประเภทล้อ

ขนาดล้อของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถือได้ว่ามีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก หากสกู๊ตเตอร์มีล้อขนาดเล็กก็จะทำให้สดุดกับพวกลูกระนาดหรือพื้นต่างระดับได้ง่ายในขณะที่ขับ ดังนั้นตัวเลือกล้อที่ดีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรมีขนาดที่ใหญ่กว่า 8 นิ้ว และเป็นแบบยางตันเพราะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่ายางแบบอื่นๆ

5.ระบบเบรค

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีระบบเบรคอยู่สองแบบ คือ แบบแฮนด์จักรยานที่เป็นแบบดิสเบรค และเบรคแบบระบบไฟฟ้า ข้อดีของระบบดิสเบรค คือ มีระยะเบรคที่สั้นสามารถเบรคหยุดได้ทันที แต่มีข้อเสีย คือ หากเราเกิดตกใจแล้วกดเบรคหยุดกะทันหันล้อของสกู๊ตเตอร์จะล็อคแล้วเราอาจเสียหลักหกล้มได้ ส่วนระบบเบรคแบบไฟฟ้ามีข้อดี คือ เวลาเรากดเบรคล้อจะไม่ล็อคทำให้สามารถชะลอตัวค่อยๆ หยุดได้ ข้อเสีย คือ มีระยะเบรคที่ยาวกว่าแบบดิสเบรค ซึ่ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้น มีการใช้ระบบเบรคแบบไฟฟ้าทำให้สามารถค่อยๆ เบรคได้อย่างปลอดภัย แต่หากต้องการเบรกแบบฉุกเฉินก็มีระบบดิสเบรคสามารถเหยียบได้ที่ล้อหลังของตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษอย่าง Regenerate Braking ที่สามารถช่วยชาร์จแบตเตอร์รี่ได้เมื่อเรากดเบรค

6.ระบบคันเร่ง

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมีคันเร่งอยู่ 2 แบบ คือ “แบบปุ่มกด” ที่เมื่อต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก็แค่กดไปที่ปุ่ม หากต้องการหยุดก็ปล่อย มีข้อเสียคือสามารถควบคุมระดับความเร็วได้ยาก ไม่สามารถค่อยๆ เคลื่อนตัวแล้วเพิ่มความเร็วในภายหลังได้ ส่วนแบบที่สอง คือ “แบบบิด” มีข้อดีตรงที่เราสามารถควบคุมระดับความเร็วของตัวสกู๊ตเตอร์ได้ง่าย โดย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้น จะใช้คันเร่งเป็นแบบบิดตรงแฮนด์ด้านขวา นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Kick Start ที่ช่วยป้องการไม่ให้สกู๊ตเตอร์ของเราไม่พุ่งไปข้างหน้าหากมือของเราเผลอไปโดนคันเร่งเข้าในระหว่างที่เราจูงสกู๊ตเตอร์เดินอยู่ และยังมีระบบ Cruise Control ที่ช่วยรักษาระดับความเร็วสกู๊ตเตอร์ให้วิ่งไปข้างหน้าในความเร็วที่คงที่โดยไม่ต้องกดคันเร่งให้เมื่อยเมื่อขับไปในระยะทางที่ไกล

7.การพับเก็บ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นสามารถพับเก็บได้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพาหรือขนย้าย แต่วิธีการพับเก็บของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในรุ่นเก่าๆ นั้นส่วนใหญ่มักต้องใช้มือก้มลงไปดันคันโยกแล้วดึงสลักที่ด้านล่างถึงจะสามารถพับเก็บได้ แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้นสามารถพับเก็บได้ง่ายกว่าด้วยขั้นตอนเดียวเพียงใช้เท้าเหยียบไปที่สลักด้านล่างก็สามารถพับเก็บสกู๊ตเอตร์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายกว่า

8.ไฟส่องสว่าง

สกู๊ตเตอร์หลายๆตัวที่มีคุณภาพตามมาตรฐานจะมีไฟส่องสว่างสำหรับใช้ขับในตอนกลางคืนเพื่อความปลอดภัย และที่พิเศษไปกว่านั้นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 มีไฟ LED ที่ส่องสว่างอยู่ใต้ท้องของตัวสกู๊ตเตอร์อีกด้วย

9. กันน้ำได้ไหม

ผมเชื่อว่านี่เป็นคำถามที่หลายๆ คนคงกำลังสงสัยว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถกันน้ำได้หรือไม่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับมาตราฐาน IP ของสกู๊ตเตอร์ตัวนั้นว่าอยู่ในระดับใด ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot ES2 จาก Monowheel นั้น มีระดับไอพีอยู่ที่ IP54 ที่สามารถป้องกันฝุ่นและละอองน้ำที่มากระทบโดนตัวของสกู๊ตเตอร์ได้ทางทุกทิศทาง

10. ระยะทาง

ระยะทางก็ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โดยปกติแล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจะสามารถวิ่งได้มากกว่า 25 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอร์รี่หนึ่งครั้ง

11. โช๊ค

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในบางรุ่นนั้นมีโช๊คกันกระแทกทั้งล้อด้านหน้าและล้อด้านหลัง เพื่อลดแรงกระแทกในขณะที่ขับ ทำให้มีความสมูทขึ้น อย่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ES2 และในบางรุ่นอาจมีโช๊คกันกระแทกเพียงด้านเดียวแบบ ES1 หรือในบางรุ่นอาจไม่มี

12. อุปกรณ์เสริม

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของบางแบรนด์มีความพิเศษตรงที่มีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและความสนุกให้กับการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ เช่น การเพิ่มแบตเตอร์รี่สำรองเพื่อเพิ่มความเร็วและระยะทางของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้มากขึ้น หรือเบาะเสริมสำหรับนั่งในขณะที่ขับสกู๊ตเตอร์

13.เทคโนโลยีและฟังชั่นการใช้งาน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของบางแบรนด์มีความพิเศษตรงที่มีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและความสนุกให้กับการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ เช่น การเพิ่มแบตเตอร์รี่สำรองเพื่อเพิ่มความเร็วและระยะทางของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้มากขึ้น หรือเบาะเสริมสำหรับนั่งในขณะที่ขับสกู๊ตเตอร์

14.การรับประกัน

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันสมาร์ทโฟนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันขึ้นมาก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของบางแบรนด์จึงสามารถสั่งใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดความเร็ว การใช้ระบบล็อคตัวเครื่องผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ ทำให้ดูทันสมัยและเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งาน

15.บริการหลังการขาย

การเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ก็เหมือนการเป็นเจ้าของรถคันหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่ต้องได้รับการบำรุง ซ่อมแซม เช่น การเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ อย่างเบรกและล้อยางที่มีการเสื่อมสภาพลงหลังจากการใช้งาน คุณต้องแน่ในว่าแบรนด์ที่คุณสนใจอยู่นั่นมีความน่าเชื่อถือ และมีบริการซ่อมบำรุงสกู๊ตเตอร์ของคุณให้กลับมาใช้งานตามปกติได้อีกครั้ง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าบทความที่ผมนำมาเสนอให้ในวันนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ได้แนวทางในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น ว่าควรดูในเรื่องอะไรก่อนซื้อบ้าง หากเพื่อนๆ สนใจและกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไว้ใช้งานบ้าง สามารถลองเข้ามาดูรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.monowheel.bike

BLOG