[Review] Ninebot KickScooter MAX G2 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีระดับโลก

ในงาน Digital Press Conference ของ Segway-Ninebot ปี 2023 นี่คือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ที่สุดในการเปิดตัว เตรียม Unlock Your New MAX ไปด้วยกันกับ Ninebot KickScooter MAX G2

Segway-Ninebot MAX G2
March 22, 2023

เห็นทั้งชื่อทั้งหน้าตาแล้ว สำหรับคนที่รู้จัก Ninebot MAX รุ่นเก่ามาก่อน ทุกท่านคงมองเห็นเป็นภาพทับซ้อนกับ MAX G2 แน่นอน แต่ในความเหมือนเก่าหลาย ๆ อย่างนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ทันสมัยและเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการใส่เทคโนโลยีระดับสูงมากมายไม่ว่าจะเป็น RideyLONG, TCS, Apple Find My ทั้งหมดนี้ล้วนพบเจอได้ในเจ้า MAX G2 โดยเราจะเล่าทั้งหมด 3 พาร์ทด้วยกัน ประกอบด้วย 1. Exterior Design 2. Specification 3. Key Features ใครอยากดูพาร์ทไหนเป็นพิเศษสามารถเลื่อนดูได้เลยนะครับ พร้อมแล้วเตรียมพบกับรีวิวตัวเต็มของ Ninebot KickScooter MAX G2 แล้วคุณจะเข้าใจว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้สุดยอดขนาดไหน

Exterior Design

ดีไซน์ดั้งเดิม เพิ่มเติมความสุดยอดเข้าไป

มองผ่าน ๆ หน้าตาจะเหมือนกับ MAX รุ่นก่อน แต่ถ้าเอามาวางเทียบกันจะเจอความต่างแน่นอนเพราะตัวเครื่องมีความใหญ่ขึ้นในทุก ๆ ส่วน ทำให้มาพร้อมการขับขี่ที่มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิม ๆ ที่เป็นจุดเด่น เช่นการที่ท้องเครื่องใหญ่และอยู่ต่ำ เพื่อให้เกิด Low Center Gravity สร้างการขับขี่ที่นิ่งพิเศษกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่มันถูกปรับให้สูงขึ้น เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมถึงสูงขึ้น แต่เราไปไล่ดูส่วนอื่น ๆ กันก่อน

Handlebar กว้างขึ้น

เริ่มที่ Handlebar ก็มีอะไรให้น่าตื่นเต้นมากมายแล้ว เริ่มจากขนาดที่ยาวขึ้น 20% ที่ดีมาก ๆ เลยคือมีพื้นที่ในการติด Accessories มากขึ้น ตอบโจทย์สายแต่ง ฝั่งขวามีคันเร่ง และช่องสำหรับล็อกตอนพับเครื่อง ฝั่งซ้ายมีแฮนด์เบรก ปุ่มแตร แตรรุ่นนี้ถูกอัปเกรดเป็นไฟฟ้าแล้ว (เสียงแจ๋วมาก ไม่โดนกลบเสียงอื่นแน่นอน) มีการติดตั้งสัญญาณกันขโมยในตัวอีกด้วย และต่อไปเป็นไฮไลต์แรกของเราเลยก็คือการติดตั้ง ‘ไฟเลี้ยว’ ที่ปลายแฮนด์ โดยมีปุ่มเปิด - ปิดอยู่ใต้ปุ่มแตร ใช้งานง่ายและจำเป็นมาก ๆ ที่สำคัญคือรองรับมาตรฐาน EU E-Mark เพื่อความปลอดภัย

*(EU E-Mark คือมาตรฐานรองรับสำหรับพาหนะยานยนต์ต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป หากมีเครื่องหมายนี้แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปตามความปลอดภัยของสหภาพยุโรป ในส่วนของระบบไฟจะเป็น E32)

Handlebar กว้างขึ้น 20 % (MAX รุ่นเก่ากว้างประมาณ 47 ซม. MAX G2 กว้างประมาณ 57 ซม.)
ไฟเลี้ยวสุดจ้า มาพร้อมมาตรฐาน E-Mark ไม่เห็นก็ให้มันรู้ไป

หน้าจอ LED

ส่วนหน้าจอของ MAX G2 ยังคงเป็น LED เหมือนเดิม บอกครบเหมือนเดิม มีปุ่มเดียวเหมือนเดิม กด 1 ครั้งเปิด - ปิดไฟ กด 2 ครั้งเปลี่ยนโหมดขับขี่ (3 + 1 โหมด : ECO, Drive, Sport + Walk) และกดค้างเพื่อปิดเหมือนเดิมครับ

หน้าจอของ MAX แบบเดิม เพราะดีอยู่แล้ว

ลำคอ + ไฟหน้า

ลงมาที่ไฟหน้า เป็นไฟ LED ขนาด 2.1W ทำความสว่าง 13.5 เมตร และรองรับมาตรฐาน EU E-Mark E32 จากยุโรปเพื่อความปลอดภัยอีกเช่นเคย ส่วนลำคอมีขนาดที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเก่าและมีส่วนเล็กน้อยที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ มี Reflector เพิ่มมาให้ 3 จุด ส่วนบนจะเป็นด้านหน้า ส่วนล่างจะเป็นฝั่งซ้ายและขวาเพื่อความปลอดภัยเวลามีคนสาดไฟมาจะได้เห็นเรา และทุกชิ้นรับรอง EU E-Mark เช่นเคยครับ

ไฟหน้าและ Reflector ก็ E-Mark นะ ยุโรปคอนเฟิร์ม
โดยรวมลำคอสูงขึ้น 8%

แท่นเหยียบกว้างขึ้น

ในส่วนของบอร์ดมีการดีไซน์แบบใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม สำหรับรุ่นนี้กว้างเพิ่มเป็น 18 ซม. เหยียบสบาย และมีการ Built-in 3A Fast Charger ไว้ใต้ท้องเครื่องเหมือนเดิม เวลาชาร์จจะใช้แค่สายชาร์จเส้นเดียวไม่ต้องพกก้อนอะแดปเตอร์ ด้านหลังมีการติดตั้งไฟท้าย (ไฟเบรก) ขนาดใหญ่มาก กำเบรกทีเห็นทั้งถนนแน่นอน และที่สำคัญ รองรับมาตรฐาน EU E-Mark อีกเช่นเคยครับ

ความใหญ่แบบมั่นคงแบบ MAX
ช่องชาร์จ 2 แบบให้เลือกใช้
ไฟท้ายสว่างกว่าอนาคตผู้เขียนซะอีก รองรับ E-Mark จากยุโรปด้วย

ระบบช่วงล่างระดับเทพ

ความพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อไปคือการติดตั้งระบบช่วงล่างมาให้ในตัวทั้งหน้าและหลัง เริ่มจากด้านหน้าติดตั้งเป็นโช้คไฮดรอลิก ข้อดีของโช้คไฮดรอลิกคือเวลายุบตัวจะเด้งลงเต็มแรงแบบปกติ แต่เวลาคืนตัวจะค่อย ๆ คืนตัว ทำให้ไม่เกิดอาการเด้งจนเกินไป ในส่วนของด้านหลังติดตั้งเป็นโช้คสปริงคู่ สามารถปรับระดับการยุบตัวด้วยให้เหมาะกับทั้งพื้นเรียบและพื้นขรุขระ เพราะโช้คที่นุ่มไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป มันอาจจะทำให้ไม่เกาะถนนเวลาขับขี่บนพื้นเรียบ โช้คสปริงด้านหลังของ MAX G2 จึงติดตั้งมาให้ปรับระดับได้เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่บนทุกพื้นถนนครับ 

โช้คหน้าไฮดรอลิก
โช้คหลังคู่สปริง
โช้คหลังปรับระดับได้!!

ล้อ & ยาง

MAX G2 เป็นระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ล้อหลังเหมือนรุ่นก่อน โดยยางมีขนาด 10 นิ้ว หน้ากว้าง 2.5 นิ้ว และเป็นแบบยางลมไม่มียางในและมีสารกันรั่วซึมไว้สำหรับป้องกันสิ่งไม่พึ่งประสงค์ที่จะมาทำร้ายยางเรา เช่นพวกตะปู

มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง + โช้คสปริงปรับระดับ
หน้ายางดีไซน์แบบใหม่


เผื่อใครไม่เข้าใจ สีฟ้า ๆ คือสารกันรั่วซึมนะครับ มันจะออกมาอุดรอยรั่วที่สิ่งกีดขวางทิ่มเข้ามา

*สำหรับสิ่งกีดขวางที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 4 มม. และการรั่วซึมของยางไม่อยู่ภายใต้ประกันนะครับ

ระบบเบรก

ระบบเบรกรุ่นนี้จะเหมือนกับ MAX รุ่นก่อนคือเป็นระบบเบรกคู่ ดรัมเบรกที่ล้อหน้าและเป็นเบรกไฟฟ้าที่ล้อหลัง ซึ่งหลายคนอาจจะกลัวว่าเบรกไม่ดีเท่าดิสก์เบรก บอกเลยว่าถึงระยะเบรกจะสู้ไม่ได้แต่ความสมูธกินขาดครับ

ล็อกคอและการพับ

ปิดจบด้วยระบบล็อกคอรุ่นนี้เป็นล็อกคอแบบใหม่เหมือนกับซีรีส์ใหม่ ๆ แล้วนั่นคือเป็นแบบล็อก 2 ชั้นที่ต้องดึงสลักค้างไว้ถึงจะสามารถปลดล็อกได้ทำให้ปลอดภัยและมั่นคงกว่าเดิม และที่ดีมาก ๆ คือเวลาเราตั้งคอปุ๊ปมันจะล็อกอัตโนมัติในชั้นแรก ทำให้คอตั้งได้เองโดยที่เราไม่ต้องดันสลักไปล็อกก่อนเลยครับ

ล็อกคอเป็นแบบใหม่แล้ว
หน้าตาน้อนตอนพับก็จะประมาณนี้
สำหรับคำถามที่ว่าใส่หลังรถได้มั้ย ลองใส่ ECO Car แบบ Honda City ใส่ได้ไม่มีปัญหาครับ

จบแล้วสำหรับพาร์ทหน้าตาและดีไซน์ ไปต่อพาร์ท Specification และ Key Features กันเลย

Specifications

Applications

หนึ่งในจุดขายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway-Ninebot คือเรื่องของการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น ยิ่งรุ่นใหม่ ๆ ยิ่งมีฟีเจอร์ให้เล่นเยอะเป็นพิเศษ ซึ่ง MAX G2 ก็มีให้เล่นเยอะมาก

  • Firmware update สำหรับอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อแก้ bug ต่าง ๆ และอาจจะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาให้เล่นเพิ่มในอนาคต
  • Cruise mode โหมคุ้นเคยสำหรับล็อกความเร็วโดยไม่ต้องกดคันเร่ง รุ่นนี้สามารถเลือกเปิดใช้งานได้ 2 รูปแบบ 1. กดคันเร่งด้วยความเร็วคงที่ไว้ 5 วินาที 2. กดไฟเลี้ยวฝั่งใดฝั่งหนึ่งไว้ 3 วินาที
  • Energy recovery โหมดปั่นไฟกลับในตอนที่เราปล่อยคันเร่งหรือกำเบรก มอเตอร์จะ Revert กลับเพื่อปั่นไฟ สามารถเลือกได้ 3 ระดับ (Weak Medium Strong) เช่น Strong มอเตอร์จะหน่วงหนักสุดนั่นเอง
  • Walk Mode โหมดสำหรับเข็นและหรือขับขี่บนทางเท้า จำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 5 กม/ชม. เบา ๆ
  • Charging limit โหมดจำกัดปริมาณการชาร์จ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 80 - 100% ซึ่งการจำกัดปริมาณการชาร์จเพื่อให้อายุและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ยาวนานมากขึ้น
  • Starting speed โหมดสำหรับเลือกความเร็วในการออกตัว สามารถปรับได้ตั้งแต่ 0 - 5 km/h ถ้าเลือก 0 km/h หน้าจอจะขึ้นตัว P ให้เรากำเบรก 1 ครั้ง หรือกดปุ่ม 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนโหมด แล้วกดคันเร่งจะสามารถออกตัวได้เลย
  • Locking Settings โหมดนี้สามารถเปิดระบบล็อกของตัวเครื่องได้โดยเป็นการใส่รหัสผ่าน 4 หลักได้เหมือนกับรุ่น P Series นั่นเอง กดรหัสโดยใช้ปุ่มไฟเลี้ยว และยืนยันโดยใช้ปุ่มแตร แค่นี้ก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว
  • Abnormal Vibration Alarm หากเราเปิดโหมดนี้ เวลาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเราได้รับแรงสั่นสะเทือนแบบผิดปกติมันจะร้องโหยหวนเพื่อขอความช่วยเหลือครับ
  • Direction indicator switch tones หากเราเปิดการทำงานของโหมดนี้ เวลาเปิดไฟเลี้ยวจะมีเสียงสัญญาณตามจังหวะกะพริบของไฟเลี้ยวนั่นเอง
  • Segway-Ninebot Lab ชื่อออกแนวฟีเจอร์ลับมาก แต่ข้างในของมันคือโหมด Traction Control และ Apple Find My นั่นเอง
  • Traction Control โหมดสำหรับปรับกำลังของล้อไม่ให้หมุนเร็วเกินไปจนเกิดอันตรายจากการที่ล้อฟรี ซึ่งมีประโยชน์และสำคัญมาก ๆ เพราะตอนเราเข้าโค้งหรือตอนที่เราขับผ่านแองน้ำหรือพื้นที่ลื่น ๆ มันจะปรับสมดุลความเร็วให้เหมาะกับสภาพถนนแบบนั้น ๆ
  • Apple Find My เรียกว่าเป็นหนึ่งใน Key Features ของ Ninebot MAX G2 ได้เลยเพราะการรองรับ Apple Find My ทำให้เราปลอดภัยและอุ่นใจยิ่งขึ้น เพราะสามารถรู้ตำแหน่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเราตลอดเวลาแม้ปิดเครื่องอยู่ นอกจากนั้นยังสามารถสั่งให้น้องร้องออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือได้ด้วย เยี่ยมจริง ๆ
  • จบไปแล้วกับพาร์ทแอปพลิเคชั่นของ Ninebot MAX G2 เยอะจนไม่รู้จะปรับอะไรก่อน แล้วในทุก ๆ ฟีเจอร์ที่ปรับได้ล้วนสำคัญกับการขับขี่ทั้งนั้น เพื่อให้เราสร้างการขับขี่ที่ดีที่สุดออกมานั่นเองครับ ทุกท่านที่ซื้อไปอย่าลืมเล่นให้หมดทุกอันนะครับ บอกเลยไม่มีเบื่อแน่นอน

Key Features

รองรับ Apple Find My

ปัญหากับการที่ลืมว่าจอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไว้ตรงไหนจะหายไปในทันทีเพราะ MAX G2 รองรับฟีเจอร์ Apple Find My (สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS เท่านั้น) เข้าใจง่าย ๆ แบบมีประสิทธิภาพคือในแอป Segway-Ninebot จะมีฟีเจอร์ Apple Find My ให้เรากด Pair กับตัวเครื่อง ซึ่งจะทำให้เรารู้ตำแหน่งของมันได้ตลอดเวลาว่าอยู่ที่ไหนของโลกใบนี้ โดยการทำงานของมันจะมีคร่าว ๆ ดังนี้

  • โหมดสูญหาย ช่วยแจ้งเตือนเมื่อเราอยู่ห่างกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
  • Play Sound สามารถสั่งให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเราส่งเสียงได้
  • แสดงความเป็นเจ้าของในแบบของตัวเอง สามารถตั้งชื่อให้กับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ เลือกไอคอนได้

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ "ระบบค้นหายังคงทำงานได้แม้ปิดเครื่อง" หมายความว่าแอปพลิเคชั่น Find My จะเชื่อมต่ออยู่กับ Bluetooth โดยที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเรามีแบตเตอรี่ตัวเล็กแยกในตัว ซึ่งจะทำงานด้วยการที่แบตเตอรี่ตัวเล็กจะรับกระแสไฟจากแบตเตอรี่ตัวใหญ่มาเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ตัวเล็ก และแบตเตอรี่ตัวเล็กจะทำการปล่อยกระแสไฟอ่อนๆเพื่อให้ระบบ Bluetooth ทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้จะดับรถไปแล้ว

*กรณีใช้รถจนแบตหมด 0% แบตเตอรี่ตัวเล็กก็จะหมดไปด้วย Bluetooth จะดับไปด้วยครับ

Built-in Adapter + ขับขี่มั่นคง 2 ต่อ

เครื่องหมายการค้าหลัก ๆ ของ Ninebot MAX และยังคงใช้ใน MAX G2 นั่นคือการ Built-in Adapter 3A Fast Charge นั่นเอง สบายหน่อยเวลาพกก็พกแค่สายชาร์จไม่ต้องพกก้อนอะแดปเตอร์เพราะฝั่งไว้ที่บอร์ดใต้ท้องแล้ว ทำให้บอร์ดใต้ท้องมีความหน้าและใหญ่ ซึ่งนั่นก็นำมาสู่ข้อดีข้อต่อไปคือการขับขี่ที่มั่นคงยิ่งขึ้น เพราะการที่ท้องเครื่องใหญ่จะสร้าง Low Center Grivity หรือศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การขับขี่มีความนิ่งเป็นพิเศษ สวย ๆ 

*3A Fast Charger คืออะแดปเตอร์ชาร์จที่สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด 3 แอมป์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อชาร์จได้เร็วกว่าที่ชาร์จมาตรฐานทั่วไปที่จ่ายกระแสไฟแค่ 1 หรือ 2 แอมป์

ระบบช่วงล่างกินขาด

ชาวเราประเทศไทยสิ่งที่ถวิลหากันเป็นอันดับต้น ๆ ในการซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคงหนีไม่พ้นโช้คแน่นอน MAX G2 เลยจัดให้แบบ 3  โช้คไปเลยแบบหน้าไฮดรอลิกและหลังคู่สปริงแบบปรับระดับได้ทำให้ทั้งนุ่มนวลและเกาะถนน ลองแล้วคอนเฟิร์มความนุ่มชนิดที่อยากให้มาลองเองครับ

เทคโนโลยี RideyLONG

สุดยอดเทคโนโลยีที่ Segway-Ninebot สร้างขึ้นมา สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ‘แบตเตอรี่เท่าเดิม แต่วิ่งได้ไกลกว่าเดิม’ แต่ถ้าให้อธิบายมันคือการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ + Algorithm ของ Controller และการดีไซน์ยางแบบใหม่ เพื่อทำให้ระยะทางเพิ่มขึ้นโดยที่แบตเตอรี่ยังมีขนาดและกำลังไฟเท่าเดิม หลาย ๆ ท่านอาจจะรู้จักยางประหยัดน้ำมันของพวกรถยนต์ RideyLONG จะประมาณนั้นแหละครับ

ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง + ระบบ Traction Control System + Self-Healing Tires

ใน MAX G2 มีการเพิ่มอีกสุดยอด Feature มาคือการเพิ่มระบบ Traction Control System นั่นคือการที่มอเตอร์จะคอยปรับการทำงานของทั้ง 2 ล้อให้สัมพันธ์กัน เพื่อลดอัตราการเกิดล้อฟรีและทำให้ยึดเกาะถนนมากขึ้นในตอนที่เราเข้าโค้ง (สามารถเปิด - ปิดผ่านแอปพลิเคชั่น Segway-Ninebot) + กับการขับเคลื่อนล้อหลังและการใช้ยางแบบเคลือบสารกันรั่วซึม ทำให้เกิดการขับขี่ที่ทั้งนิ่งและปลอดภัย 

ไฟเลี้ยว + ระบบไฟ + ความปลอดภัย

ไฟเลี้ยวถือเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้งานอันดับต้น ๆ เพื่อให้เป็นมิตรในการขับขี่บนท้องถนน การติดตั้งไฟเลี้ยวหน้า - หลังที่ปลายแฮนด์มีประโยชน์อย่างมากแน่นอนครับ รวมถึงระบบไฟส่วนอื่นทั้งไฟหน้าและไฟท้าย (ไฟเบรก) และ Reflector ด้วย และทั้งหมดรับประกันมาตรฐาน EU E-Mark จากยุโรปเพื่อความปลอดภัย

ความปลอดภัยอื่น ๆ ทั้งหมด

จะเห็นว่า Key Features แทบทั้งหมดเกี่ยวกับความปลอดภัย รวมถึงส่วนอื่น ๆ อย่างแบตเตอรี่ที่มีระบบ BMS ที่คอยจัดการการจ่ายไฟในระบบและสามารถตั้งค่า Charging Limit ได้ด้วยเพื่อเพิ่มอายุการทำงานของแบตเตอรี่ และในส่วนต่าง ๆ ยังมีการรองรับมาตรฐานมากมายไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน UL (UL2271 & 2272) เกี่ยวกับความปลอดภัยของแบตเตอรี่และตัวเครื่อง มาตรฐาน IP (IPX5 & IPX7) สำหรับการกันน้ำและฝุ่น และรวมถึง EU E-Mark (E32) ที่กล่าวไปข้างต้นด้วย และ MONOWHEEL ยังมีประกันให้เป็นมอเตอร์ 2 ปี แบตเตอรี่ 1 ปี แบบจุก ๆ 

Conclusions : MAX G2 เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

ถ้าพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีแบบล้ำ ๆ และสมรรถนะการขับขี่ระดับสูง Ninebot MAX G2 พร้อมชนแน่นอนครับ เทคโนโลยีอย่าง Apple Find My, RideyLONG, Traction Control มันล้ำมาก ๆ และระบบช่วงล่างที่เพิ่มเข้ามามันดีซะเหลือเกิน แถม Built-in Adapter ให้ด้วย เรียกว่าครบเครื่องเรื่องการใช้งานในคันเดียว แต่ก็ขอเล่าข้อเล่าข้อเสียของมันให้ฟังกันนิดหน่อยนะครับ อย่างแรกที่อยากให้ลูกค้าทุกท่าน Concern เลยคือเรื่องการพกพาครับ MAX G2 หนัก 24.3 กก. เรียกได้ว่าเหมาะกับการใช้งานที่ไม่ต้องเน้นยกไปไหนมาไหน แต่ถ้าเป็น Usage ที่ต้องยกขึ้นบันไดหรือข้ามสะพานลอยอาจจะแนะนำว่าดูรุ่นอื่นประกอบการตัดสินใจไปด้วย

รุ่นนี้อาจจะเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่เน้นขับขี่ระยะไกล 30 - 40 กม. 
  • เน้นการขับขี่จริงจังเพราะมีทั้งรับบช่วงล่างและไฟเลี้ยว
  • คนที่ขี้เกียจชาร์จบ่อย

และจะไม่แนะนำสำหรับ

  • ผู้ที่เน้นขนาดสำหรับพกพา เพราะหนักและตัวเครื่องใหญ่
  • ผู้คนที่ขับขี่ระยะทางเกิน 40 กม. แนะนำขึ้นรุ่นใหญ่กว่านี้ครับ 

ทั้งนี้ Usage Case ที่เหมาะและไม่เหมาะเป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างเท่านั้นนะครับ เพราะความชอบเป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัว ยังไงถ้าอยากเอาให้แน่นอนของแบบนี้ต้องมาลองครับ ขอฝากน้อง MAX G2 ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยครับ ขอบคุณครับ

⭐️ สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อ ⭐️

☎️ โทร : 02-107-2993 (9:00 - 23:59 น.) รองรับ 5 คู่สาย

✅ Line : http://bit.ly/LNmonowh (หรือ @MONOWHEEL)

💬 Inbox : m.me/monowheeldotbike

💻 Website : https://www.monowheel.bike

📌 ทดลองเล่น : ศูนย์ MONOWHEEL HQ จุฬาฯ 28 ถนนบรรทัดทอง

🏛️ Google Maps : https://bit.ly/3gNomtg

บทความที่น่าสนใจ

Interesting articles
ไม่พบบทความใกล้เคียง
Back to top