รีวิว Ninebot E2 Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสเปคครบ จบในคันเดียวสำหรับมือใหม่
Ninebot KickScooter E2 Pro คือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันในเมือง ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสำหรับคนที่มองหาสกู๊ตเตอร์ที่สมดุลระหว่างสเปคที่แข็งแกร่งและฟีเจอร์ที่ทันสมัย ในขณะที่ยังคงมีโครงสร้างที่กะทัดรัดและควบคุมง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ หรือผู้ที่ต้องการสกู๊ตเตอร์ประสิทธิภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าสำหรับการเดินทางในเมือง

รุ่นที่ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยโครงสร้าง E2 Plus II + สเปค E3

Ninebot KickScooter E2 Pro ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นที่ผสานจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์สองรุ่นเข้าไว้ด้วยกัน โดยนำโครงสร้างตัวถังและดีไซน์ที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานง่ายและมีขนาดกะทัดรัดของซีรีส์ E2 (จากรุ่น E2 Plus II) มารวมกับสเปคและฟีเจอร์ขั้นสูงที่ยกมาจากรุ่นพี่อย่าง E3

ได้มาจากรุ่น E2 Plus II
ได้มาจากรุ่น E3
โครงสร้างตัวถังและดีไซน์
มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง
หน้าจอแสดงผลขนาด 2.8 นิ้ว
ไฟเลี้ยวปลายแฮนด์
ไฟใต้ท้อง (Ambient Light)
ระบบ Apple Find My
กลไกการพับ
ระบบ Traction Control

ระบบล็อกด้วยรหัส (Passcode Lock)

สรุปสเปคเด่นของ Ninebot KickScooter E2 Pro

  • ความเร็วสูงสุด (Max Speed): 30 กม./ชม.
  • ระยะทางต่อชาร์จ (Max Range): 40 กม.
  • กำลังมอเตอร์สูงสุด (Max Power): 750 วัตต์ (ขับเคลื่อนล้อหลัง)
  • ความจุแบตเตอรี่ (Battery): 275 Wh (พร้อมเทคโนโลยี RideyLONG หรือ SegRange™)
  • ระยะเวลาชาร์จ (Charging Time): 5.5 ชั่วโมง
  • ประเภทยาง (Tires): ยางทูปเลส (Tubeless) ขนาด 10 นิ้ว
  • ระบบเบรก (Brakes): ดรัมเบรก (ล้อหน้า) และเบรกไฟฟ้า (ล้อหลัง) พร้อม Regenerative Braking
  • น้ำหนักตัวเครื่อง (Weight): 18.8 กก.
  • รองรับน้ำหนักผู้ขับขี่ (Max Load): 120 กก.

เจาะลึกดีไซน์และฟังก์ชัน

แฮนด์และระบบควบคุม

แฮนด์ของ E2 Pro จัดวางองค์ประกอบต่างๆ ได้อย่างลงตัว ตรงกลางเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 2.8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวที่ใช้งานได้หลากหลาย กด 1 ครั้งเพื่อเปิด/ปิดไฟ, กด 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่, กด 3 ครั้งเพื่อเปิด/ปิดไฟใต้ท้อง และกดค้างเพื่อปิดเครื่อง
ด้านซ้ายประกอบด้วยก้านเบรกสำหรับควบคุมดรัมเบรกหน้า (สังเกตได้จากสายเบรกสีส้มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นท็อป) และปุ่มควบคุมไฟเลี้ยว ส่วนด้านขวาเป็นคันเร่งแบบนิ้วโป้ง ซึ่งต้องใช้การไถออกตัวก่อนจึงจะทำงาน

ระบบไฟและความปลอดภัย

E2 Pro มาพร้อมระบบไฟที่ครบครัน ไฟหน้ากำลัง 2.1 วัตต์ ให้ความสว่างไกลถึง 13.5 เมตร ส่วนไฟท้ายทำหน้าที่เป็นทั้งไฟหรี่และไฟเบรกในตัว นอกจากนี้ยังมีไฟเลี้ยวที่ติดตั้งมาในตำแหน่งปลายแฮนด์ทั้งสองข้าง และเอกลักษณ์เด่นของซีรีส์ E คือไฟใต้ท้อง (Ambient Light) ที่สามารถเปลี่ยนสีและรูปแบบการแสดงผลตามความเร็วในการขับขี่ได้

โครงสร้างและกลไกการพับ

ตัวเฟรมทำจากวัสดุอลูมิเนียมเกรดอากาศยาน แข็งแรงทนทาน กลไกการพับเป็นแบบ 2 ขั้นตอน เพียงปลดสลักที่คอแล้วนำตะขอที่กระดิ่งไปเกี่ยวกับบังโคลนหลังก็สามารถพับเก็บได้ทันที บริเวณคอยังมีฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงอย่าง หูเกี่ยวสัมภาระ ซึ่งสะดวกอย่างยิ่งสำหรับการแขวนถุงเวลาไปซื้อของ เพราะช่วยรักษาสมดุลของตัวรถและทำให้ควบคุมแฮนด์ได้ง่ายกว่าการแขวนไว้ที่ปลายแฮนด์โดยตรง

ล้อ มอเตอร์ และระบบเบรก

สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ใช้ยางทูปเลสขนาด 10 นิ้ว ซึ่งช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นถนนที่ไม่เรียบเล็กน้อยได้ดี แม้จะไม่มีระบบโช้คอัพก็ตาม ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหลัง ใช้มอเตอร์กำลังสูงสุด 750 วัตต์ ส่วนระบบเบรกเป็นแบบผสมผสานระหว่างดรัมเบรกที่ล้อหน้าและเบรกไฟฟ้าที่ล้อหลัง ซึ่งมาพร้อมระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยปั่นไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่เมื่อชะลอความเร็ว

ฟีเจอร์อัจฉริยะผ่านแอป Segway Mobility

ฟังก์ชันขั้นสูงส่วนใหญ่ของ E2 Pro สามารถควบคุมและปรับแต่งได้ผ่านแอปพลิเคชัน Segway Mobility บนสมาร์ทโฟน
  • Apple Find My: สามารถเชื่อมต่อสกู๊ตเตอร์เข้ากับเครือข่าย Find My ของ Apple เพื่อติดตามตำแหน่งของตัวรถได้
  • Traction Control System (TCS): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี โดยจะตัดกำลังมอเตอร์ชั่วขณะเมื่อตรวจจับได้ว่าล้อหลังเกิดการลื่นไถลบนพื้นผิวที่ไม่ปกติ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
  • Passcode Lock: ผู้ใช้สามารถตั้งรหัสผ่าน 4 หลักเพื่อล็อกการใช้งานสกู๊ตเตอร์ ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำไปใช้งานได้
  • Customizable Lighting: ปรับแต่งสีและรูปแบบการแสดงผลของไฟใต้ท้องได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือก (Eco, Drive, Sport)
  • Energy Recovery Level: เลือกระดับความหน่วงของระบบเบรกไฟฟ้าได้ 3 ระดับ (Weak, Strong, หรือ Off) เพื่อปรับความแรงในการปั่นไฟกลับ
  • Cruise Control: เปิดใช้งานโหมดควบคุมความเร็วคงที่อัตโนมัติได้โดยการกดคันเร่งค้างไว้ 5 วินาที และยกเลิกได้ง่ายๆ ด้วยการแตะเบรกหรือคันเร่ง

ฟีลลิ่งการขับขี่ที่นิ่งและมั่นคง

จุดเด่นที่สัมผัสได้ชัดเจนที่สุดในการขับขี่ E2 Pro คือ ความนิ่ง โดยเฉพาะเมื่อวิ่งทางตรง ด้วยการออกแบบที่วางแบตเตอรี่ไว้ใต้แผ่นวางเท้า ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งส่งผลให้ตัวรถมีความเสถียรและมั่นคงสูง ถึงแม้จะไม่มีระบบโช้คอัพ แต่ยางทูปเลสขนาด 10 นิ้วก็สามารถรับมือกับรอยต่อหรือความไม่เรียบของพื้นถนนในเมืองได้เป็นอย่างดี

Ninebot KickScooter E2 Pro เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับ

  • มือใหม่ที่มองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันแรกที่ใช้งานง่าย แต่มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน
  • คนที่ใช้เดินทางในชีวิตประจำวันบนถนนที่ค่อนข้างเรียบ ในระยะทางประมาณ 10-15 กิโลเมตร
  • คนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ความปลอดภัย เช่น Apple Find My และ Traction Control
  • คนที่ต้องการสกู๊ตเตอร์ที่มีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและน้ำหนักที่ยังพกพาได้สะดวก (ไม่เกิน 20 กก.) สำหรับการยกขึ้นลงในบางสถานการณ์

อาจไม่เหมาะสำหรับ

คนที่ต้องขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระ มีหลุมบ่อ หรือพื้นผิวไม่เรียบเป็นประจำ ควรเลือกรุ่นที่มีระบบโช้คอัพ อย่างเช่น Ninebot KickScooter E3 เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลกว่า จุดตัดสินใจหลักเลยอยู่ที่สภาพพื้นถนนที่ใช้งานเป็นประจำครับ

การใช้งานในชีวิตจริง

  • ใช้งานในระยะใกล้: เหมาะมากสำหรับการขี่ไปร้านสะดวกซื้อหรือตลาด โดยใช้หูเกี่ยวสำหรับแขวนถุงสัมภาระได้
  • เดินทางเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ: ตอบโจทย์การเดินทางจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS/MRT โดยในอนาคตจะมีอุปกรณ์เสริม ล้อเสริม พัฒนาออกมาเพื่อช่วยให้การลากจูงสะดวกยิ่งขึ้น
  • พกพาใส่ท้ายรถ: ด้วยขนาดมาตรฐานหลังการพับ ทำให้เก็บไว้ท้ายรถยนต์ได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับการเดินทางแบบ Park-and-Ride

ราคาและการจัดจำหน่าย

Ninebot KickScooter E2 Pro ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 25,900 บาท
สำหรับโปรโมชันล่าสุด สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ Monowheel และสามารถทดลองขับขี่ตัวจริงได้ที่ Monowheel HQ และสาขาอื่นๆ ที่ร่วมรายการครับ


 

เลือกรุ่นไม่ถูก อยากให้ช่วยเลือก

ผู้เชี่ยวชาญของเรารอช่วยคุณอยู่

Line เพิ่มเพื่อน MONOWHEEL โทร 02-107-2993

พร้อมบริการให้ความช่วยเหลือ สอบถาม ซัปพอร์ต | 09:00 - 23:59 (ทุกวัน)

ส่งฟรีทั่วไทย ไม่มีขั้นต่ำ

ผ่อนผ่านบัตรเครดิต 0% ทุกรายการ

ศูนย์บริการซ่อมภายในไทย รับประกันสูงสุด 2 ปี

สาขาให้ทดลองขับกว่า 100 สาขา