Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 และ Ninebot MAX G3 คือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Generation 3 รุ่นล่าสุดจาก Segway-Ninebot ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สมดุลและลงตัวที่สุดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน แทนที่จะเน้นการเป็นรุ่นที่เร็วหรือแรงที่สุดเพียงอย่างเดียว ทั้งสองรุ่นนี้จึงเป็นคำตอบสำหรับคนที่กำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ที่ใช้งานได้จริงอย่างรอบด้านครับ

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

ภาพรวมเทคโนโลยีใหม่ในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway Generation 3

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway Generation 3 ซึ่งรวมถึง Ninebot F3 และ Ninebot MAX G3 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี การอัปเกรดเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่มีความโดดเด่นและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน โดยแนวคิดการออกแบบที่ได้รับการจดเครื่องหมายการค้าโดย Segway เป็นการผสมผสานระหว่างสององค์ประกอบหลักคือ SegRide™ และ SegRange™ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

  • SegRide™ คือแนวคิดการออกแบบฮาร์ดแวร์ที่มุ่งเน้นการยกระดับ "ความสนุกและความมั่นใจ" ในการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเร็วสูง ผ่านการปรับปรุง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ คอ (Handlebar stem) ที่โน้มเข้าหาผู้ขับขี่มากขึ้นเพื่อท่าทางการยืนที่มั่นคงและเป็นธรรมชาติ, แฮนด์ (Handlebar) ที่มีความโค้งเล็กน้อยเพื่อรับกับสรีระของมือ และระยะเทรล (Trail) ที่ล้อหน้าซึ่งเพิ่มขึ้นเพื่อเสริมความนิ่ง ลดอาการหน้าไว และทำให้การทรงตัวเป็นเส้นตรงง่ายขึ้น
  • SegRange™ คือแนวคิดด้านซอฟต์แวร์และประสิทธิภาพที่ช่วยให้สกู๊ตเตอร์วิ่งได้ไกลขึ้นด้วยแบตเตอรี่ขนาดเท่าเดิม ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักตัวเครื่องไม่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ประกอบด้วย 3 การปรับปรุงหลัก ได้แก่ ปรับปรุงประสิทธิภาพการจ่ายไฟของแบตเตอรี่, ปรับอัลกอริทึมของมอเตอร์ให้ใช้พลังงานน้อยลง และออกแบบหน้ายางใหม่เพื่อลดแรงเสียดทานเพิ่มระยะทางวิ่ง

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

ฟีเจอร์เด่นใน Generation 3

  • Flash Charger: อุปกรณ์เสริมอะแดปเตอร์ชาร์จเร็วที่ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลงได้อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น Ninebot F3 ที่ปกติใช้เวลาชาร์จ 8 ชั่วโมง จะลดเหลือเพียง 4 ชั่วโมงเมื่อใช้ Flash Charger
  • จอสี TFT (TFT Color Display): อัปเกรดจากหน้าจอ LED แบบเดิมมาเป็นจอสี TFT เต็มรูปแบบ แสดงผลได้ละเอียดและอ่านค่าต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นในทุกสภาพแสง มีฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้า และแสดงแผนที่นำทางแบบ Turn-by-Turn จากสมาร์ทโฟนได้โดยตรง
  • ระบบ Airlock: ระบบ Keyless ที่ใช้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อไว้เป็นกุญแจ โดยสกู๊ตเตอร์จะล็อกตัวเองอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เดินออกห่าง และปลดล็อกเมื่อเดินเข้ามาในระยะ

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

  • ระบบ Riding Assistant: ทำงานโดยอาศัยเซ็นเซอร์ไจโรสโคป (Gyroscope) ที่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง ตรวจจับองศาความลาดชันของเส้นทางได้อย่างแม่นยำ ทำให้ปรับการทำงานของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้อัตโนมัติ ผ่าน 3 ฟังก์ชันหลัก คือ Uphill Assist (ช่วยส่งกำลังมอเตอร์เพิ่มขณะขึ้นเนิน), Downhill Deceleration Assist (ช่วยหน่วงความเร็วขณะลงเนิน) และการปรับกำลังมอเตอร์บนทางขรุขระเพื่อให้ขับขี่นุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย
  • การกันน้ำระดับ IPX6: มาตรฐานการกันน้ำของตัวเครื่องได้รับการอัปเกรดขึ้นเป็นระดับ IPX6 ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อน ๆ (ส่วนใหญ่อยู่ที่ IPX4–IPX5) ทนทานต่อการฉีดน้ำแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง นอกจากนี้ยังย้ายปุ่มควบคุมจากหน้าจอไปไว้ที่แฮนด์ ซึ่งกำจัดช่องโหว่ที่น้ำเคยรั่วซึมเข้าสู่แผงวงจรหลักได้ในรุ่นก่อนหน้า

ข้อควรทราบ: ถึงแม้มาตรฐานการกันน้ำจะสูงขึ้น แต่ความเสียหายที่เกิดจากน้ำเข้าจะไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน และเพื่อความปลอดภัย ไม่แนะนำให้ขับขี่ในขณะที่ฝนตกหนัก

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

เปรียบเทียบสเปก Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

เจาะลึก Ninebot KickScooter F3: สมดุลที่ลงตัวในการใช้งานในเมือง

Ninebot F3 คือสกู๊ตเตอร์ในซีรีส์ "รองท็อป" ที่มีชื่อเสียงด้านความสมดุลที่ยอดเยี่ยม คาแรกเตอร์หลักของรุ่นนี้คือการมอบสเปกและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพียงพอ โดยที่ยังคงน้ำหนักตัวเครื่องไว้ไม่ให้หนักจนเกินไป (ไม่เกิน 20 กก.) ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในเมืองเป็นประจำทุกวัน

  • แฮนด์และชุดควบคุม: มาพร้อมแฮนด์ทรงโค้งรับกับมือ, หน้าจอสี TFT, คันเร่งทางขวาและแผงควบคุมทางซ้ายสำหรับไฟเลี้ยว, ปุ่มเปิด-ปิดและปุ่มเปลี่ยนโหมด มีไฟเลี้ยวในตัวที่ปลายแฮนด์ทั้งสองข้าง
  • ตัวถังและเฟรม: ไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้ มีตะขอสำหรับเกี่ยวสัมภาระ กลไกการพับที่แข็งแรง และมีบาร์ด้านหน้าสำหรับใช้ล็อกโซ่หรือลากจูง

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

  • น้ำหนักและวัสดุ: F3 มีน้ำหนักเพียง 18.6 กก. ซึ่งหนักกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง F2 เพียง 1.1 กก. เท่านั้น แม้จะได้รับการอัปเกรดสเปกมาอย่างมหาศาล ความสำเร็จนี้มาจากการเปลี่ยนวัสดุแชสซีจากเหล็กมาเป็นแมกนีเซียมอัลลอย (Magnesium Alloy) ซึ่งเบากว่ามาก ทำให้ผู้ใช้ได้สมรรถนะที่ก้าวกระโดดโดยไม่ต้องแบกรับภาระน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

ด้วยน้ำหนัก 18.6 กก. ถือว่าเป็นน้ำหนักที่ผู้ชายส่วนใหญ่และผู้หญิงบางคนสามารถยกเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เช่น การยกเก็บท้ายรถ เคล็ดลับในการยกคือให้จับที่บริเวณตะขอเกี่ยวของ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมดุลและยกได้ง่ายขึ้น

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

เจาะลึก Ninebot KickScooter MAX G3: ที่สุดของสายเดินทางไกล

ซีรีส์ MAX คือรุ่นท็อปที่สุดของ Ninebot ที่มีชื่อเสียงด้านความนิ่ง เสถียร และความเหมาะสมกับการเดินทางไกลอย่างจริงจัง มีเอกลักษณ์การออกแบบคือฐานเหยียบที่กว้าง ซึ่งช่วยสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้การขับขี่มั่นคงและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว

  • Fast Charger ในตัว: MAX G3 มีอะแดปเตอร์ชาร์จเร็วติดตั้งมาในตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้พกพาแค่สายไฟเพียงเส้นเดียว นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จคู่ (Dual Charging) ด้วย Flash Charger ภายนอกเพื่อลดเวลาชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก
  • เบรกและระบบกันสะเทือนที่เหนือกว่า: ใช้ระบบดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อมมือเบรกที่เป็นโลหะแข็งแรง ส่วนระบบกันสะเทือนเป็นแบบไฮดรอลิกเต็มระบบทั้ง 4 ต้น โดยโช้คหลังปรับความแข็ง-อ่อน (Preload) ให้เหมาะกับน้ำหนักผู้ขับขี่และสภาพถนนได้
  • ยางขนาดใหญ่ขึ้น: อัปเกรดขนาดยางเป็น 11 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่เคยมีเฉพาะในซีรีส์ GT รุ่นท็อปเท่านั้น ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและเกาะถนนดียิ่งขึ้น
  • ไฟใต้ท้องเพื่อความปลอดภัย (Safety Underglow Light): ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยที่เปิดทำงานพร้อมไฟหน้า และยังทำงานเป็นไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินได้อีกด้วย
  • น้ำหนักและวัสดุ: เช่นเดียวกับ F3 ความสำเร็จในการรักษาน้ำหนักของ MAX G3 มาจากการเปลี่ยนจากเหล็กมาเป็นอลูมิเนียมอัลลอย (Aluminum Alloy) ทำให้ MAX G3 มีน้ำหนัก 24.6 กก. ซึ่งหนักกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง G2 เพียง 300 กรัมเท่านั้น

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

F3 และ MAX G3 เลือกรุ่นไหนดี?

ทั้งสองรุ่นนี้เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบในตัวเอง โดย F3 เปรียบเสมือน "the complete package" สำหรับคนที่ใช้งานในเมืองส่วนใหญ่ที่ต้องการความคล่องตัวและฟังก์ชันที่ครบครัน ส่วน MAX G3 คือการลงทุนเพื่อ "ที่สุดของประสบการณ์" สำหรับคนที่เดินทางไกลเป็นประจำและไม่ต้องการประนีประนอมในด้านสมรรถนะและความสะดวกสบาย

  • ถ้า "น้ำหนักและการพกพา" คือปัจจัยสำคัญ: ความแตกต่างของน้ำหนัก 6 กิโลกรัม (F3 18.6 กก. vs MAX G3 24.6 กก.) ถือว่ามีนัยสำคัญ น้ำหนักของ F3 อยู่ในเกณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ยกได้ในชีวิตประจำวัน แต่ MAX G3 อาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ใช้งานผู้หญิงหรือผู้ที่ต้องยกบ่อย ๆ หากการพกพาคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญสูงสุด Ninebot F3 คือคำตอบ
  • ถ้า "การเดินทางไกลและความจริงจัง" คือเป้าหมาย: Ninebot MAX G3 ถูกสร้างมาเพื่อการเดินทางไกลอย่างจริงจัง ด้วยระยะทางวิ่งไกลกว่า (80 กม. เทียบกับ 70 กม. ของ F3), ชาร์จไวกว่ามาก (3.5 ชั่วโมง เทียบกับ 8 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมงหากใช้ Flash Charger ของ F3), ระบบกันสะเทือนแบบไฮดรอลิกเต็มระบบและปรับได้, การขับขี่ความเร็วสูงที่นิ่งกว่าด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าและยางที่ใหญ่กว่า และมี Boost Mode สำหรับการเร่งแซงที่ต้องการกำลังสูงสุดในทันที
  • ถ้า "ฟังก์ชันพิเศษและลูกเล่น" คือสิ่งที่คุณมองหา: Ninebot MAX G3 มีฟังก์ชันพิเศษผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่มีใน F3 เช่น Boost Mode, การปรับแต่งเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ (Customizable Sound Effects) และการควบคุมไฟใต้ท้อง (Underglow Light)

Ninebot F3 vs Ninebot MAX G3

สรุป: Ninebot F3 คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและน้ำหนักที่พกพาสะดวก เหมาะมากสำหรับการเดินทางในเมือง ส่วน Ninebot MAX G3 คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดในการเดินทางระยะไกลและการชาร์จที่รวดเร็ว โดยยอมรับน้ำหนักที่มากขึ้นได้ ถ้าคุณสนใจสามารถเข้ามาทดลองขับได้ทั้งสองรุ่นที่ MONOWHEEL HQ (ซอยจุฬา 28) หรือค้นหาสาขาที่มีรถเดโมใกล้บ้านคุณ นอกจากนี้ยังสามารถเข้า Facebook Group หรือ LINE Open Chat ของเราเพื่อดูการใช้งานจริงและพูดคุยกับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ได้

เลือกรุ่นไม่ถูก อยากให้ช่วยเลือก

ผู้เชี่ยวชาญของเรารอช่วยคุณอยู่

Line เพิ่มเพื่อน MONOWHEEL โทร 02-107-2993

พร้อมบริการให้ความช่วยเหลือ สอบถาม ซัปพอร์ต | 09:00 - 23:59 (ทุกวัน)

ส่งฟรีทั่วไทย ไม่มีขั้นต่ำ

ผ่อนผ่านบัตรเครดิต 0% ทุกรายการ

ศูนย์บริการซ่อมภายในไทย รับประกันสูงสุด 2 ปี

สาขาให้ทดลองขับกว่า 100 สาขา