Segway P65U สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่สร้างการเดินทางสุดพรีเมี่ยม

พบกับการเดินทางโฉมใหม่ที่หาจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นไหนไม่ได้อีกกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งฟีเจอร์และการดีไซน์

Segway P65U
October 9, 2022

Segway P Series สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกออกแบบด้วยโมเดลของ Segway ดีไซน์เรียบหรูและดูสปอร์ตไปในตัว และเป็น KickScooter ที่มีการออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับ SuperScooter อย่าง Segway GT Series จนสื่อต่างชาติต่างเรียกซีรีส์นี้ว่า Premium KickScooter โดยรอบนี้เราจะมาทำการรีวิวเจ้า Segway P65U น้องเล็กของซีรีส์นี้กัน

Handlebar สุดสวยพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ

เริ่มจากดีไซน์ช่วงบนอย่าง Handlebar ก่อน  ในส่วนของเบรกมือ P65U เบรกมือจะอยู่ฝั่งซ้าย  ถัดมาที่ช่วงกลางของ Handlebar กันบ้าง โดยจะเป็นหน้าจอ LED ที่มีหน้าตาคล้ายกับเจ้า GT1 รายละเอียดต่าง ๆ ยังบอกครบ และยังมีแถบอัตราเร่งเพิ่มมาให้ด้วย และถึงดีไซน์หน้าจอรุ่นนี้จะคล้ายกับ Segway GT1 แต่สำหรับหน้าจอรุ่นนี้จะมีความพิเศษกว่าตรงที่ช่วงล่างของหน้าจอจะมีช่องสำหรับสแกน NFC Card และพิเศษขึ้นไปอีกกับด้านหลังของหน้าจอ LED ยังมีช่องสำหรับเสียบชาร์จ USB Type - C อีกด้วย ใครพกมือถือไปรับรองแบตไม่หมดแน่นอน 

หน้าตารวม ๆ คล้ายกับ GT1 มาก ๆ
แฮนด์ฝั่งขวาจะมีปุ่ม Power และปุ่มเปลี่ยนโหมด ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่สองปุ่มนี้แยกกัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
แฮนด์ฝั่งซ้ายมีปุ่มแตร (ปุ่มสีแดง) ปุ่มไฟเลี้ยว (ปุ่มที่มีสัญลักษณ์ลูกศร) และปุ่ม Cruise Control ที่ใช้เปิดปิดไปได้ด้วย
แท๊นนน ช่องสำหรับชาร์จ USB Type - C เพื่อเติมพลังให้กลับมือถือของเรา

Safety Feature

นอกจาก Security Feature แล้วยังคงมี Safety Feature  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีก อย่างแรกคือหากตัวเครื่องไม่มีการทำงานถึง 30 วินาที ตัวเครื่องจะดับเองอัตโนมัติ อย่างต่อไปคือเรื่องของไฟ P65U มาพร้อมไฟรอบตัวเรื่อง เริ่มจากไฟหน้าที่มีความแรงถึง 10 วัตต์ สว่างไกลหายห่วง และยังมี daytime Running Light ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Adjustable Light ที่หากเปิดฟังก์ชั่นนี้อยู่ พอถึงช่วงที่ฟ้ามืด ไฟ Daytime จะเปิดเองอัตโนมัติ และปิดท้ายด้วยฟีเจอร์สุดสำคัญอย่างไฟเลี้ยว ที่จำเป็นอย่างมากในการขับขี่ โดยมีทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และในส่วน Ambient Light ที่จะทำงานเป็นไฟเลี้ยวด้วย หากมีการเปิด

ลำคอสุดแข็งแรง

แน่นอนว่าวัสดุโครงสร้างที่เราคุ้นชินกันก็คือ Aviation Grade หรือเกรดอากาศยานนั่นเอง รวมถึงรุ่นนี้ด้วย และนอกจากความแข็งแรงยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการติด reflector มาถึง 3 อันในช่วงลำคออีกด้วย และการล็อกคอของรุ่นนี้ยังเป็นดีไซน์เดียวกับ GT Series นั่นคือการล็อกแบบ 3 ชั้น โดยเป็นการดึงสลักค้างไว้ถึงจะทำการปลดล็อกคอได้ 

และนี่คือล็อกคอแบบ 3 ชั้นที่มีรูปแบบการล็อกแบบเดียวกับ D38U และ GT Series

แท่นเหยียบสุดกว้าง

ถัดลงมาที่ช่วงแท่นเหยียบ แทนเหยียบมีขนาดกว้าง ด้านหน้าเป็นช่องสำหรับเสียบชาร์จ ความพิเศษเล็ก ๆ น้อยที่เพิ่มเข้ามาคือรุ่นนี้มีการ Built-in Adapter ทำให้เวลาชาร์จใช้เพียงสายชาร์จเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ไม่ต้องลำบากพกก้อน Adapter ไปไหนมาไหน ช่วงหลังมีช่องสำหรับใส่ห่วงเวลาพับเครื่อง และยังเป็นแท่นพักเท้าเหมือนกับ GT อีกแล้วครับท่าน ด้านหลังเป็นบังโคลนที่มีไฟท้ายรูปตัว U และยังแถมบังโคลนเสริมพร้อม Reflector มาอีกด้วย 

ช่องสำหรับเสียบชาร์จ ปิดสนิทมิดชิด
อีกนิดจะนอนได้เลย
ท้ายของแท่นเหยียบมี Slope สำหรับเป็ฯที่พักเท้า มาพร้อมไฟท้ายรูปตัว U และ Reflector ยักษ์ข้างหลัง

ยางและเบรกสุดล้ำ

ตบท้ายพาร์ทดีไซน์ด้วยยางและเบรก สำหรับเบรกรุ่นนี้ด้วยความที่เป็นขับเคลื่อนล้อหลังทำให้เบรกล้อหลังเป็นเบรกไฟฟ้าและเบรกล้อหน้าเป็นดิสก์เบรก เบรกไฟฟ้า ส่วนยาง ยางรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 10.5 นิ้ว และมีหน้ายางที่กว้างถึง 3 นิ้ว เป็นยาง Tubeless เคลือบสารกันรั่วซึม นอกจากนี้ยังเป็นยางพิเศษที่ทาง Segway สร้างขึ้นมาเองและมีชื่อเรียกเท่ ๆ ว่า Segpower CrossSeason เป็นยางที่ทนและพร้อมชนทุกถนนและทุกสภาพอากาศ พิเศษกว่าใครพวก

ล้อหน้าพร้อมดิสก์เบรก
ล้อหลังพร้อมเบรกไฟฟ้า

จบกันสักทีกับพาร์ทของดีไซน์ แค่ด้านของดีไซน์กับฟีเจอร์ที่ให้มาก็บอกเลยว่าเล่าจนเหนื่อยแล้ว แต่อย่าพึ่งหยุดไป เพราะเราต้องมาดูที่พาร์ทของสเปคและการเชื่อมแอปพลิเคชั่นอีก บอกเลยมีอะไรให้เล่นเยอะจนเล่นไม่หมดเลยแน่นอน

สิ่งที่คนให้ความสนใจหลัก ๆ คงหนีไม่พ้นความเร็วสูงสุดแน่นอน โดย P65U ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 35 + 5 กม/ชม. หรือก็คือ 40 กม/ชม. นั่นเอง ทำไมถึงเป็น 35 + 5 ? คำตอบคือเพราะเราสามารถเลือกความเร็วสูงสุดได้ ! ส่วนจะทำยังไง รอดูกัน กำลังมอเตอร์ของรุ่นนี้สูงสุดที่ 1,080 วัตต์ เป็นตัวต่อไปจาก GT1 และ GT2 ที่กำลังมอเตอร์สูงสุดเกิน 1,000 วัตต์​ เปอร์เซนต์การขึ้นทางชันอยู่ที่ 22% 

โหมดการขับขี่ของรุ่นนี้มีให้มาถึง 6 โหมด โดย 4 โหมดเป็นโหมดของการขับขี่ และอีก 2 โหมดเป็นโหมดเสริม โดยโหมดการขับขี่จะมีดังนี้ 

Park Mode เป็นโหมดที่จะทำงานอัตโนมัติเวลาเครื่องหยุดอยู่กับที่

ECO Mode ทำความเร็วสูงสุด 18 กม/ชม. 

Drive Mode ทำความเร็วสูงสุด 35 กม/ชม.

Sport Mode (สีขาว) ทำความเร็วสูงสุด 35 กม/ชม.

Sport Mode (แดง) ทำความเร็วสูงสุด 40 กม/ชม.

ส่วนโหมดเสริมอีก 2 โหมดจะมี

Walk Mode โหมดสำหรับการขับขี่บนทางเท้า ทำความเร็วสูงสุด 5 กม/ชม. 

Assist Mode โหมดสำหรับใช้ส่งแรงเวลาต้องเข็น ทำความเร็วสูงสุด 5 กม/ชม.

*หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้า 2 โหมดเสริมนี้ความเร็วเท่ากัน แล้วมันจะแยกกันทำไม คำตอบคือทั้งสองโหมดนี้ไม่ได้มีวิธีใช้งานที่เหมือนกันทีเดียวเพราะวิธีการเปิด - ปิดการใช้งานของ Walk Mode ต้องเปิดในแอป Segway-Ninebot ส่วน Assist Mode สามารถเปิดได้โดยการกดคันเร่งค้างไว้ 5 วินาที และกำเบรกมือเพื่อปิด นอกจากนี้ Walk Mode จะมีอัตราเร่งที่สูงกว่า Assist Mode เพื่อความเหมาะสมในการใช้งาน

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุอยู่ที่ 12,000 mAh สามารถทำระยะทางวิ่งต่อชาร์จได้ 65 กม.ต่อชาร์จ เท่ากับ Ninebot MAX นั่นเอง ทำให้คอนเซปต์ระยะทางขับขี่ตามชื่อรุ่นยังไม่หายไปไหนสำหรับเจ้า P65U ในส่วนของน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 26.9 กก. เรียกว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ยกได้สำหรับผู้ชาย และเจ้ารุ่นนี้รับน้ำหนักผู้ขับขี่ได้สูงสุด 120 กก. 

แน่นอนว่ามาตรฐานหลัก ๆ อย่าง IP หรือ UL ยังคงมีอยู่ครบถ้วน ด้านมาตรฐาน UL ผ่านการทดสอบทั้ง UL-2271 และ UL-2272 การันตีความปลอดภัยของแบตเตอรี่และการทำงานของตัวเครื่อง ส่วนมาตรฐาน IP ยังคงเป็นตัวเครื่อง IPX5 และแบตเตอรี่ iPX7 ดังเดิม

แม้แต่ประกันก็เด่นจะเด่นกว่าเค้าเพราะในส่วนของโครงสร้างและเฟรมบางส่วน มีการรองรับประกันสูงสุดถึง 3 ปี ส่วนตัวเครื่องยังคง 2 ปี และแบตเตอรี่ 1 ปีตามลำดับ และพิเศษเหมือนเดิมเพราะหากซื้อกับทางเรา ถึงจะหมดประกันก็ยังสามารถส่งซ่อมได้ตลอดการใช้งาน

จบไปอีกพาร์ทแล้วสำหรับพาร์ทสเปค รุนแรงจุใจมาก ๆ และได้เวลาเข้าพาร์ทสุดท้ายอย่างแอปพลิเคชั่นกันบ้าง สปอยให้ว่าฟีเจอร์ในแอปของรุ่นนี้เยอะและน่าสนใจมาก ๆ ลูกเล่นที่ไม่เคยมีรุ่นนี้ใส่มาให้เพียบ ใครได้ไปอย่าลืมลองให้ครบทุกฟีเจอร์นะครับ รับรองว่าสนุก

แอปพลิเคชั่น

เข้ามาที่หน้าแรกของแอปยังคงหน้าตาเดิม ๆ บอกปริมาณแบตเตอรี่ บอกระยะทางทั้งหมดที่ขับ บอกระยะทางที่ยังขับได้ มี Riding Record ไว้บันทึกเส้นทาง ด้านล่างมี Cruise Control, Regenerative Brake สำหรับปั่นไฟกลับเข้าเครื่อง และ Tail Light สำหรับปรับไฟท้าย หน้าแรกอาจจะยังไม่หน้าสนใจ เราไปต่อกันที่ฟีเจอร์ด้านในกัน

เข้ามาข้างในแล้วจะพบว่าเยอะมากกกกก เยอะจนไม่รู้จะกดลองอะไรกัน แต่บล็อกนี้พาไปลองทำความรู้จักทุกอันแน่นอนไม่ต้องกลัว ว่าแล้วเราก็มาไล่จากบนลงล่างเลยละกัน 

เริ่มจากอัปเดตเฟิร์มแวร์, Cruise Control, Energy Recovery ซึ่งของ P65U จะพิเศษกว่าหน่อยตรงที่ตัว Energy Recovery จะมีระดับ Disable เพิ่มมาด้วยสำหรับใครที่อยากปิดการใช้งานเจ้า Regenerative Brake เพราะสำหรับสายขับเร็ว ๆ ถ้ามอเตอร์หน่วงอาจจะขัดฟีลการขับไปสักหน่อย Segway ก็เลยเพิ่มให้ปิดได้มาซะเลย

Lighting Effect

มาต่อกันที่ Lighting Effect สำหรับปรับไฟ เข้ามาข้างในจะมีไฟ 2 ตัวให้ปรับเล่นคือไฟท้ายที่จะปรับให้มันสว่างตลอดหรือสว่างแค่ตอนกำเบรก และจะให้มันสว่างเฉย ๆ หรือจะให้มันกระพริบก็ปรับได้เลย ส่วนอีกอันคือไฟ Ambient Light ที่สามารถเลือกได้ว่าจะเปิดหรือปิด

Riding Habits 

Riding Habits จะเป็นหมวดสำหรับปรับฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับการขับขี่เป็นหลัก ซึ่งหมวดนี้ถือเป็นทีเด็ดอย่างนึงของฟีเจอร์การเชื่อมแอปเลยก็ว่าได้ เริ่มจาก Walk Mode เล่าไปแล้วว่าสำหรับการขับขี่บนทางเท้าซึ่งต้องเปิดและปิดผ่านการเชื่อมแอปเท่านั้น

Starting Speed

Starting Speed โหมดที่ปรับการออกตัวได้ว่าจะต้องเริ่มด้วยความเร็วเท่าไหร่มอเตอร์ถึงจะทำงาน ซึ่งปรับได้ตั้งแต่ 0 - 5 กม. ใครไม่ชอบเอาขาไถก็ตั้งเป็น 0 km/h ซะเลยจะได้กดแล้วพุ่ง แต่เพื่อความปลอดภัย หากตั้ง Starting Speed ไว้ที่ 0 km/h เวลาเครื่องจอดอยู่นิ่ง ๆ 3 วินาที Park Mode จะทำงานอัตโนมัติทันที เพื่อเป็นการป้องกันมือไปโดนคันเร่งแล้วเครื่องจะทำงาน บอกเลยว่าตรงนี้ดีและปลอดภัยมาก ๆ 

Electric Brake Level

ถัดมาที่ Electric Brake Level หลายคนอาจจะคิดว่านี่คือฟีเจอร์เดียวกับ Regenerative Brake ซึ่งไม่ใช่ เพราะฟีเจอร์นี้เป็นการเลือกความแรงในกรทำงานของเบรกไฟฟ้า เช่น ถ้าเกิดเราตั้งไว้ที่ Strong แล้วเวลาเบรกรู้สึกว่ามันกระตุกแรงเกินไป เสี่ยงที่จะล้ม เราแค่ปรับความแรงของเบรกไฟฟ้าลงมาเพื่อลดความแรง หรือจะสามารถปิดการทำงานของเบรกไฟฟ้าเลยก็ยังได้ 

Higher Speed in S Mode & Acceleration in S Mode

Higher Speed in S Mode ถ้ายังจำจากที่เล่าข้างบนได้ ที่ความเร็วสูงสุดของ P65U คือ 35 + 5 กม/ชม. โหมดนี้คือคำตอบว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ หากเราไม่ได้เปิดโหมดนี้ ความเร็วสูงสุดของ P65U จะอยู่ที่ 35 กม/ชม. แต่ถ้าเราเปิดใช้งานปุ๊ปความเร็วสูงสุดจะถูกปลดลิมิตและเพิ่มเป็น 40 กม/ชม.ทันที โดยถ้าเราจะสังเกตได้ว่าเราเปิดใช้งานโหมดนี้อยู่มั้ย สามารถสังเกตได้ที่โหมด Sport บนหน้าจอ หากคำว่า Sport เป็นสีขาวแสดงว่าเรายังไม่ได้ทำการปลดลิมิตความเร็ว แต่ถ้าเกิดคำว่า Sport เป็นสีแดงเมื่อไหร่ แสดงว่าความเร็วถูกปลดลิมิตอยู่นั่นเอง และ ฟังก์ชั่นสุดท้ายของ Riding Habits นั่นคือ Acceleration in S Mode หรือก็คืออัตราเร่งของ S Mode นั่นเอง บางครั้งเราอาจจะอยากขับแบบปลดลิมิตความเร็ว แต่ …. อยากขับแบบช้า ๆ สำหรับบางคนอัตราเร่งตอนปลดลิมิตอาจจะแรงเกินไป เราก็แค่ปรับให้ช้าลง แล้วให้มันค่อย ๆ เร่งถึง 40 กม/ชม. ก็ได้เช่นกัน เรียกได้ว่าแทบจะ Custom การขับขี่ไดแทบทุกอย่างเลย

NFC Key

ฟีเจอร์ต่อไปเป็น NFC และ Password ซึ่งอย่างที่เรารู้กันแล้วว่า P65U สามารถเปิด - ปิดตัวเครื่องผ่าน NFC Card แต่ถ้าเกิดเราทำการ์ดหาย หรือการ์ดเราตกไปอยู่กับคนอื่นต้องทำยังไง ? เราก็แค่เข้ามาเลือกตรงฟีเจอร์ NFC Key แล้วกดปิด เท่านี้ตัว NFC Card 2 ใบที่ให้มาก็จะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปจนกว่าเราจะมาเปิดใช้งานในแอปเหมือนเดิม

Unlocking Password

ต่อไปเป็นส่วนของ Unlocking Password เช่นเดียวกับ NFC Card ที่สามารถเปิด - ปิดผ่านการใช้รหัส 4 หลักได้ และถ้าหากมีคนรู้รหัสผ่านเรา เราก็แค่เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือจะปิดการใช้งานรหัสผ่านเลยก็ได้ เท่านี้ก็ปลอดภัยต่อคนที่รู้รหัสผ่านเราแล้ว 

Vehicle Lock & Anti-Theft Alarm 

Vehicle Lock เป็นโหมดที่ที่หากเราปิด ไม่ว่าใครก็จะสามารถเปิดใช้งานได้เลย อาจจะเหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกัน หรืออยู่ในที่ส่วนตัว เลยไม่ต้องคอบล็อกเครื่องและคอยใส่รหัสทุกครั้งเวลาใช้งาน ส่วน Anti-Theft Alarm ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์กันขโมยอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งหากเราเปิดทำงาน เวลามีคนมายกหรือมาเลื่อนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเรา เครื่องจะร้องทันที จะร้องหนักร้องเบาขึ้นอยู่กับที่เราปรับเลย หรือจะปิดการทำงานเลยก็ได้ บอกเลยว่าคนขโมยมีอายแน่นอนถ้าเครื่องร้อง เพราะน้องร้องแบบโหยหวนมาก 

Charging Limit

และฟีเจอร์สุดท้ายคือ Charging Limit ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สามารถปรับลิมิตของแบตเตอรี่การชาร์​จได้ โดยจะปรับได้ตั้งแต่ 80 - 100 % ซึ่งแต่ละล็อกที่ปรับได้จะเพิ่มขึ้นทีละ 5 % หลายคนสงสัยอีกแล้วแน่นอนว่าเราจะปรับให้แบตเตอรี่เต็มที่แค่ 80 % ไปเพื่ออะไร ซึ่งการคุมลิมิตแบตเตอรี่จะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยืนยาวขึ้นนั่นเอง เพราะระยะทาง 65 กม.ต่อการชาร์จ บางคนที่ใช้ 20 - 30 กม. ต่อให้ตั้งเปอร์เซนต์แบตเตอรี่เต็มไว้ที่ 80% ก็ไม่มีปัญหา

ก็จบลงไปที่เรียบร้อยแล้วสำหรับบทความรีวิวเจ้า Segway P65U ช่างเป็นบทความที่ยาวนานซะเหลือเกิน ใครอ่านจนจบขออนุญาตคารวะ 1 ที แล้วก็ได้รู้กันแล้วว่าเจ้า P65U น่าสนใจมาก ๆ เลยนะครับ บอกเลยว่าอ่านนี่น่าสนใจแล้ว ถ้ามาลองรับรองติดใจแน่นอน

บทความที่น่าสนใจ

Interesting articles
Back to top